Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BJC บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)

BJC โชว์กำไร Q2/26 โตแรงหนุนจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์ โบรกฯ ปรับคำแนะนำเป็นถือ

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีกำไรปกติอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท เติบโต 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยได้รับแรงหนุนหลักจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่เติบโตอย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์ PI ได้ปรับลดคำแนะนำจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” โดยกำหนดราคาเป้าหมายไว้ที่ 17.00 บาท เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันมีอัพไซด์ที่จำกัด เจาะลึกผลประกอบการ ในไตรมาส 2/2569 ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ถือเป็นพระเอกสำคัญด้วยการเติบโตของกำไรถึง 32% YoY และ QoQ จากรายได้บรรจุภัณฑ์แก้วและกระป๋องที่เพิ่มขึ้นจากการขยายฐานลูกค้าใหม่และประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น ในขณะที่ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่เริ่มรับรู้ผลประกอบการจาก MM Mega Market ในเวียดนามเข้ามาช่วยหนุน แม้ว่าภาพรวมยอดขายของ BigC จะยังคงได้รับผลกระทบจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ลดลง 1-3% YoY ก็ตาม ทั้งนี้ บริษัทได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.17 บาทต่อหุ้น (ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 ส.ค. 2569) ข้อสังเกตและแนวโน้มการดำเนินงาน แม้แนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 (2H26) จะดูสดใสขึ้นจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่ไปได้สวยและการรับรู้กำไรจาก MM Mega Market เต็มไตรมาส แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของ BigC ที่ยังคงติดลบ 1-2% ในช่วงต้นไตรมาส 3/2569 อย่างไรก็ตาม ผลบวกจากการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น และสัดส่วนการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น (เช่น การลดสัดส่วนการขายบุหรี่) จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยประคองผลประกอบการให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย สรุปมุมมองการลงทุน โบรกเกอร์ PI ประเมินมูลค่าพื้นฐานของ BJC ไว้ที่ 17.00 บาท โดยใช้วิธี PE Multiple ที่ 16 เท่า ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มพาณิชย์ไทย สำหรับนักลงทุนที่ถือหุ้นอยู่แนะนำให้ “ถือ” เพื่อรับเงินปันผลและติดตามการฟื้นตัวของธุรกิจค้าปลีกในช่วงปลายปี โดยมองว่าราคาหุ้นในปัจจุบันสะท้อนปัจจัยบวกไปมากพอสมควรแล้ว ทำให้โอกาสในการปรับตัวขึ้นต่อ (Upside) มีจำกัด