Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BDMS บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)

BDMS เผยผลงานไตรมาส 2 ปี 2569 ชะลอตัว โบรกฯ มองเป็นจังหวะสะสมหุ้นรับการฟื้นตัวครึ่งปีหลัง

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 3.25 พันล้านบาท ลดลง 20% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรหลัก (Core Profit) อยู่ที่ 3.18 พันล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดและนักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ประมาณ 6-8% เนื่องจากรายได้ที่อ่อนตัวลงและแรงกดดันด้านต้นทุนดำเนินงาน รายละเอียดผลประกอบการและการลงทุน รายได้จากกลุ่มโรงพยาบาลในไตรมาส 2 อยู่ที่ 2.59 หมื่นล้านบาท โดยรายได้จากผู้ป่วยไทย (สัดส่วน 73%) ยังคงเติบโตได้เล็กน้อย 2% จากปีก่อนจากแพ็กเกจตรวจสุขภาพ แต่รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ (สัดส่วน 27%) ปรับตัวลดลง 16% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากความต้องการจากผู้ป่วยกัมพูชาและตะวันออกกลางที่ชะลอตัว ส่งผลให้อัตรากำไร EBITDA ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 21.8% ทั้งนี้ โบรกเกอร์ FSSIA ระบุว่ากำไรครึ่งปีแรก (1H26) คิดเป็น 43% ของประมาณการทั้งปี ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม บริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งด้วยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Net Debt/Equity) ที่ลดลงต่อเนื่อง ข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์ FSSIA คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 28.75 บาท ด้วยวิธีคิดแบบ DCF โดยมองว่าผลประกอบการที่อ่อนแอในครึ่งปีแรกเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว คาดการณ์ว่าผลงานในครึ่งปีหลัง (2H26) จะฟื้นตัวทั้งจากไตรมาสก่อนและจากปีก่อน (h-h และ y-y) โดยมีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลาง การเปรียบเทียบฐานรายได้กัมพูชาที่ง่ายขึ้น รวมถึงปริมาณผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นและการปรับเปลี่ยนกลุ่มโรคที่รักษา (Case Mix) ซึ่งจะช่วยหนุนให้อัตรากำไรกลับมาดีขึ้น บทสรุปและมุมมองการลงทุน นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มกำไรระยะยาวของ BDMS ยังคงแข็งแกร่ง โดยคาดว่ากำไรหลักปี 2569 จะเติบโต 4% อยู่ที่ 1.68 หมื่นล้านบาท และจะเร่งตัวขึ้นเป็น 7-9% ในปี 2570-2571 ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ระดับ P/E ปี 2569 เพียง 18 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ (-2SD) พร้อมด้วยอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ประมาณ 4% และ ROE ที่สูงกว่า 15% สะท้อนถึงความน่าสนใจในการเข้าลงทุนเพื่อรับการเติบโตในอนาคต