Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin CRC บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

CRC กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่ง 155.8% YoY รับอานิสงส์บริหารต้นทุน-Product Mix หนุนมาร์จินโต

รายได้รวมโต 3.5% พร้อมกำไรจากการดำเนินงานพุ่งแรง รับแรงหนุนจากยอดขายสาขาเดิมและกลยุทธ์ Omnichannel ที่มีประสิทธิภาพ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 60,119 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่อง 2,126 ล้านบาท เติบโตโดดเด่นถึง 155.8% YoY โดยได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการบริหารจัดการ Product Mix ที่มีประสิทธิภาพและการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจ ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายสาขาและพัฒนากลยุทธ์ Omnichannel อย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาการเติบโตในระยะยาว Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญของการเติบโตของกำไรในไตรมาสนี้ คือการเพิ่มขึ้นของ "อัตรากำไรขั้นต้น" (GPM) ที่ปรับตัวดีขึ้นถึง 1.7 ppt เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ระดับ 25.6% ในส่วนงานขาย ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 3.1% YoY จากการลดค่าใช้จ่ายด้าน IT และผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ที่ลดลง รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลงตามอัตราดอกเบี้ยและยอดหนี้ที่ลดลง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การบริหาร Product Mix: บริษัทฯ สามารถปรับสัดส่วนการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงขึ้นได้ดีขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งแฟชั่น ฮาร์ดไลน์ และฟู้ด รวมถึงการผลักดันสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ (Private Label) ประสิทธิภาพการดำเนินงาน: การนำกลยุทธ์ 3C (Cost, Capex, Cash Flow) มาใช้ โดยเฉพาะการลดค่าใช้จ่ายบุคลากรในส่วนงานที่ซ้ำซ้อน และการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการสต็อกและพลังงาน การปรับพอร์ตโฟลิโอ: การจำหน่ายเงินลงทุนในธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า Nguyen Kim ในเวียดนาม ช่วยลดภาระการดำเนินงานและปรับโฟกัสทรัพยากรไปสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพสูงกว่าอย่างกลุ่มฟู้ดและพร็อพเพอร์ตี้ จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง เนื่องจากกลยุทธ์การบริหาร Product Mix และการเพิ่มประสิทธิภาพผ่านเทคโนโลยี (One Tech Platform) เป็นแผนงานระยะยาวที่บริษัทฯ ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การปรับพอร์ตโฟลิโอให้มุ่งเน้นธุรกิจที่มีศักยภาพสูงและการควบคุมต้นทุนตามหลัก 3C จะเป็นฐานสำคัญในการรักษาอัตรากำไรให้มั่นคง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอกด้านภูมิรัฐศาสตร์และกำลังซื้อครัวเรือนยังเป็นสิ่งที่บริษัทฯ ต้องบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: 2,126 ล้านบาท (+155.8% YoY) รายได้จากการขาย: 53,177 ล้านบาท (+3.0% YoY) ยอดขายออนไลน์: เติบโต 24% YoY คิดเป็นสัดส่วน 11% ของยอดขายรวมในไทย อัตรากำไรขั้นต้น (ขาย): ปรับตัวขึ้นเป็น 25.6% (จาก 23.9% ใน Q2/2568) ต้นทุนทางการเงิน: ลดลง 16.7% YoY จากการลดลงของเงินกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ย ภาพรวมผลประกอบการ รายได้รวม 60,119 ล้านบาท เติบโต 3.5% YoY โดยกลุ่มฟู้ดเป็นตัวขับเคลื่อนหลักด้วยการเติบโต 6.2% จากการเปิดสาขาใหม่และยอดขายในแหล่งท่องเที่ยว ส่วนกลุ่มแฟชั่นโต 6.3% จากแบรนด์พรีเมียมและสินค้ากลุ่มกีฬา แม้กลุ่มฮาร์ดไลน์จะมียอดขายลดลงจากการขายธุรกิจ Nguyen Kim แต่หากเทียบการดำเนินงานปกติถือว่ายังเติบโตได้ โอกาส การขยายสาขาใหม่ต่อเนื่อง ทั้งท็อปส์, ไทวัสดุ และศูนย์การค้า GO! ในเวียดนาม การควบรวมกิจการ (M&A) ล่าสุด เช่น การเข้าซื้อหุ้น Lacoste ในไทย และเตรียมซื้อกิจการซูเปอร์มาร์เก็ตในไทย (อิออน ไทยแลนด์) เพื่อขยายฐานรายได้ การเติบโตของช่องทาง Omnichannel ที่เชื่อมโยงประสบการณ์ออฟไลน์และออนไลน์อย่างไร้รอยต่อ ความเสี่ยง ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต้นทุนการดำเนินงาน การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดค้าปลีกและค้าส่ง ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจผันผวน สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSS) ในช่วงครึ่งปีหลัง ความคืบหน้าในการรวมกิจการใหม่ (Lacoste และ อิออน ไทยแลนด์) ว่าจะสร้าง Synergy ได้ตามเป้าหมายหรือไม่ ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนภายใต้กลยุทธ์ 3C ในภาวะที่เศรษฐกิจยังมีความผันผวน การฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทยและเวียดนาม รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) กลุ่มแฟชั่น: ยอดขายโต 6.3% จากแบรนด์พรีเมียมและ Supersports ยอดขายออนไลน์โตโดดเด่น 43.4% กลุ่มฮาร์ดไลน์: ยอดขายลดลง 3.3% จากการขายธุรกิจในเวียดนาม แต่หากไม่รวมธุรกิจที่ขายออกไป ยอดขายเติบโต 2.0% กลุ่มฟู้ด: เติบโต 6.2% ทั้งในไทยและเวียดนาม ยอดขายออนไลน์โต 41.9% พื้นที่ขาย: เพิ่มขึ้น 2.2% YoY เป็น 3,747,407 ตร.ม. ฐานะการเงินและกระแสเงินสด บริษัทฯ มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งด้วยอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.9 เท่า ซึ่งต่ำกว่านโยบายที่กำหนดไว้ที่ 2.0 เท่า กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 10,503 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนสภาพคล่องที่ดีในการรองรับการขยายธุรกิจและการลงทุนในอนาคต สรุปท้าย CRC แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการทำกำไรที่แข็งแกร่งในไตรมาส 2/2569 ผ่านการบริหารจัดการภายในที่ยอดเยี่ยมและการปรับพอร์ตโฟลิโอให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจ แม้จะเผชิญกับปัจจัยลบภายนอก แต่ด้วยกลยุทธ์ Omnichannel และการขยายธุรกิจเชิงรุกผ่านการ M&A ทำให้ CRC ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่สดใสและมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงรองรับการขยายตัวในอนาคต