2026-08-14T17:59:41+00:00 fin MICRO บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) MICRO กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่ง 250% รับอานิสงส์คุมเข้มคุณภาพหนี้และลดต้นทุนทางการเงิน ผลประกอบการฟื้นตัวโดดเด่นจากการบริหารจัดการภายใน แม้รายได้ดอกเบี้ยชะลอตัวตามการคัดกรองสินเชื่อใหม่ที่เข้มงวด บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MICRO รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 33.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 250.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลง 15.47% มาอยู่ที่ 127.48 ล้านบาท ผลจากกลยุทธ์การคัดกรองสินเชื่อใหม่ที่เข้มงวดและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทสามารถพลิกฟื้นกำไรได้อย่างแข็งแกร่งท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในไตรมาสนี้ คือ "การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์และต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ" ซึ่งสามารถชดเชยการหดตัวของรายได้ดอกเบี้ยจากการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ระมัดระวังขึ้นได้ทั้งหมด 1) หัวใจคืออะไร: กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 23.62 ล้านบาท (YoY) มีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจาก 3 ส่วน: การกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น: มีการบันทึกกลับรายการจำนวน 9.24 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่ตั้งสำรอง 11.91 ล้านบาท การลดลงของขาดทุนจากทรัพย์สินรอการขาย: ลดลงถึง 69.82% เหลือ 8.23 ล้านบาท จากการปรับราคาประเมินให้สอดคล้องกับตลาดและปริมาณรถยึดที่ลดลง ต้นทุนทางการเงินลดลง: ลดลง 36.37% เหลือ 18.53 ล้านบาท จากการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมและหุ้นกู้ที่ครบกำหนด 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: กลไกสำคัญเกิดจากการปรับเปลี่ยนนโยบายภายในของบริษัทที่เน้น "คุณภาพมากกว่าปริมาณ" โดยการคัดกรองลูกหนี้ใหม่ที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อรวมหดตัวลง (รายได้ดอกเบี้ยลดลง 20.29%) แต่ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดความเสี่ยงด้านหนี้เสีย (NPL) ทำให้บริษัทไม่ต้องตั้งสำรองเพิ่มและสามารถกลับรายการสำรองเดิมได้ นอกจากนี้ การบริหารจัดการหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องผ่านการชำระคืนเงินกู้ ทำให้ภาระต้นทุนทางการเงินลดลงโดยตรง ซึ่งส่งผลบวกต่อบรรทัดสุดท้ายของกำไรทันที 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: มีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของ "ประสิทธิภาพการบริหารจัดการ" เนื่องจากบริษัทมีนโยบายคัดกรองสินเชื่อที่เข้มงวดและมีการลดภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามปัจจัยภายนอกที่อาจกระทบต่อรายได้หลัก คือสภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังเติบโตต่ำและกำลังซื้อของกลุ่มลูกหนี้ SMEs และครัวเรือนเปราะบาง ซึ่งอาจกดดันการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อในระยะถัดไป Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: 33.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 250.21% YoY รายได้รวม: 127.48 ล้านบาท ลดลง 15.47% YoY ตามการคัดกรองสินเชื่อใหม่ที่เข้มงวด ผลขาดทุนด้านเครดิต: กลับรายการได้ 9.24 ล้านบาท สะท้อนคุณภาพพอร์ตสินเชื่อที่ดีขึ้น ต้นทุนทางการเงิน: ลดลง 36.37% YoY จากการชำระคืนเงินกู้และหุ้นกู้ อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E): ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 0.58 เท่า จาก 0.65 เท่า ณ สิ้นปี 2568 ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 สะท้อนถึงการปรับตัวเข้าสู่โหมด "เน้นคุณภาพ" รายได้ดอกเบี้ยซึ่งเป็นรายได้หลัก (76.44% ของรายได้รวม) ปรับตัวลดลงตามพอร์ตสินเชื่อที่หดตัว แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ทำให้กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น โอกาส การบริหารจัดการหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยได้ดี ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ (ประกันภัย) ช่วยชดเชยรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง ความเสี่ยง สภาวะเศรษฐกิจไทยที่เติบโตต่ำและขาดการกระจายตัว กลุ่มลูกค้า SMEs และครัวเรือนเปราะบางยังเผชิญแรงกดดันจากรายได้และค่าครองชีพ ความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและต้นทุนการผลิต สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ทิศทางพอร์ตสินเชื่อว่าจะเริ่มกลับมาขยายตัวได้เมื่อใด คุณภาพสินเชื่อในกลุ่ม SMEs และครัวเรือนเปราะบาง การบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (รถยึด) ในไตรมาสถัดไป แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. ที่อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินในอนาคต รายละเอียดเชิงลึก (ธุรกิจการเงิน) บริษัทเน้นการคัดกรองคุณภาพสินเชื่อใหม่ที่เข้มงวด ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อลดลง 20.29% อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมได้ถึง 41.41% โดยเฉพาะการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (โอนกลับ) และการลดลงของขาดทุนจากทรัพย์สินรอการขาย สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการติดตามหนี้และการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ยึดมาได้ดีขึ้น ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,325.63 ล้านบาท ลดลง 2.50% จากสิ้นปี 2568 จากการหดตัวของลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ ขณะที่หนี้สินรวมลดลง 9.65% เหลือ 1,217.31 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืม ทำให้ D/E Ratio ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 0.58 เท่า สรุปท้าย MICRO ในไตรมาส 2/2569 แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการปรับโครงสร้างการดำเนินงานเพื่อเน้นคุณภาพสินทรัพย์และการลดต้นทุนทางการเงิน แม้รายได้หลักจะหดตัวตามพอร์ตสินเชื่อที่เล็กลง แต่การบริหารจัดการความเสี่ยงที่รัดกุมทำให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในระยะถัดไปคือการรักษาสมดุลระหว่างการคัดกรองสินเชื่อที่เข้มงวดกับการหาโอกาสขยายพอร์ตสินเชื่อท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่ยังเปราะบาง