2026-08-14T17:59:41+00:00 fin NWR บริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) NWR เผยผลประกอบการ Q2/2569 ขาดทุนสุทธิ 485.57 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ รายได้ก่อสร้างและอสังหาฯ ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ กดดันมาร์จินและสภาพคล่องบริษัท บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 โดยมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท 485.57 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 10.71 ล้านบาท โดยได้รับแรงกดดันจากรายได้ธุรกิจก่อสร้างที่ลดลงและต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงการชะลอตัวของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้บริษัทต้องเร่งปรับโครงสร้างหนี้ผ่านกระบวนการฟื้นฟูกิจการเพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของผลประกอบการที่ขาดทุนเพิ่มขึ้นในไตรมาส 2/2569 คือ "การลดลงของรายได้หลักในทุกกลุ่มธุรกิจควบคู่กับต้นทุนก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้น" โดยรายได้จากการก่อสร้างลดลง 6.47% เหลือ 1,866.03 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนงานก่อสร้างเทียบกับรายได้พุ่งสูงถึง 112.41% จากเดิม 86.31% ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงภาวะที่บริษัทไม่สามารถทำกำไรขั้นต้นได้จากงานก่อสร้างในปัจจุบัน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: ต้นทุนก่อสร้างพุ่ง: ราคาวัสดุก่อสร้างและน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้โครงการภาครัฐจะมีกลไกชดเชยราคา (ค่า K) แต่ก็ได้รับเมื่อจบโครงการ ซึ่งไม่ช่วยบรรเทาสภาพคล่องในระยะสั้น ธุรกิจอสังหาฯ หยุดชะงัก: รายได้ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลง 100% (เหลือ 0 บาท) เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน อีกทั้งยังมีการตั้งสำรองขาดทุนจากการขายโครงการบารานีพาร์คต่ำกว่าทุน ธุรกิจคอนกรีตอ่อนแอ: รายได้จากผลิตภัณฑ์คอนกรีตลดลง 16.89% เนื่องจากไม่มีคำสั่งซื้อใหม่จากการชะลอการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน ประกอบกับการตั้งด้อยค่าทรัพย์สินในโรงงานผลิตของบริษัทย่อย จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: สถานการณ์ขาดทุนมีแนวโน้ม "ยังไม่ชัดเจนและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด" เนื่องจากบริษัทอยู่ระหว่างกระบวนการฟื้นฟูกิจการ (ศาลรับคำร้องเมื่อ 5 มิ.ย. 2569) ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการปรับโครงสร้างหนี้และบริหารจัดการกระแสเงินสด การดำเนินงานในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการปรับปรุงแผนธุรกิจ การลดค่าใช้จ่าย และการประมูลงานใหม่ๆ เพื่อสร้างรายได้ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายคงที่ Highlight สำคัญ ผลขาดทุนสุทธิ: 485.57 ล้านบาท (เทียบกับขาดทุน 10.71 ล้านบาท ใน Q2/2568) รายได้ก่อสร้าง: 1,866.03 ล้านบาท ลดลง 6.47% YoY สถานะทางการเงิน: ขาดทุนสะสม 7,804 ล้านบาท และมีหนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียน 5,219 ล้านบาท การฟื้นฟูกิจการ: ศาลล้มละลายกลางรับคำร้องฟื้นฟูกิจการเมื่อ 5 มิ.ย. 2569 โดยมีนัดไต่สวนคำร้องในวันที่ 17 ส.ค. 2569 การบริหารจัดการ: บริษัทได้รับความยินยอมจากธนาคารไทยพาณิชย์ในการผ่อนผันการดำรงอัตราส่วนทางการเงิน (D/E) แล้ว ภาพรวมผลประกอบการ รายได้รวมของบริษัทปรับตัวลดลงในทุกภาคส่วน ทั้งงานก่อสร้าง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจผลิตภัณฑ์คอนกรีต ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นติดลบในส่วนของงานก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ แม้บริษัทจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายทางการเงินได้เล็กน้อย แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยรายได้ที่หายไปและต้นทุนที่สูงขึ้นได้ โอกาส การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการจะช่วยให้บริษัทสามารถปรับโครงสร้างหนี้และลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว การสนับสนุนจากเจ้าหนี้สถาบันการเงินรายใหญ่ช่วยให้การดำเนินงานโครงการก่อสร้างต่างๆ สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยง ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่ส่งผลต่อการประมูลงานใหม่และการตัดสินใจลงทุนของเอกชน ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างและน้ำมันที่กระทบต่อต้นทุนโครงการ สภาพคล่องทางการเงินที่ตึงตัวอย่างมาก สะท้อนจากส่วนของผู้ถือหุ้นที่ติดลบ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ผลการไต่สวนคำร้องฟื้นฟูกิจการในวันที่ 17 ส.ค. 2569 ความสำเร็จในการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงิน ความสามารถในการประมูลงานใหม่เพื่อสร้างกระแสเงินสด การบริหารจัดการต้นทุนก่อสร้างในโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) Backlog/งานก่อสร้าง: รายได้ก่อสร้างลดลงสะท้อนถึงการประมูลงานใหม่ที่ทำได้ยากขึ้นในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน อสังหาริมทรัพย์: ยอดโอนเป็นศูนย์ในไตรมาสนี้ และมีการตั้งสำรองขาดทุนจากการขายโครงการบารานีพาร์ค 3 แปลง ผลิตภัณฑ์คอนกรีต: ประสบปัญหาขาดคำสั่งซื้อใหม่และมีการตั้งด้อยค่าทรัพย์สินในโรงงานผลิตของบริษัท แอ๊ดวานซ์ พรีแฟบ จำกัด ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ 30 มิ.ย. 2569 บริษัทมีผลขาดทุนเกินทุน 3,528 ล้านบาท และมีหนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียน 5,219 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัทต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการเพื่อแก้ไขปัญหาทางการเงินและสภาพคล่อง สรุปท้าย NWR เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 2/2569 จากรายได้ที่หดตัวและต้นทุนที่สูงขึ้นจนฉุดให้ผลประกอบการขาดทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตาม เพื่อประเมินความสามารถในการพลิกฟื้นธุรกิจและจัดการภาระหนี้สินในระยะยาวภายใต้การกำกับดูแลของศาลล้มละลายกลาง