Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin SSP บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

SSP กำไรหลัก Q2/2569 โตเด่น 67.2% YoY รับอานิสงส์ไฮซีซั่นพลังงานแสงอาทิตย์และโครงการใหม่หนุน

ปริมาณผลิตไฟฟ้าพุ่งรับฤดูกาลและโครงการลีโอ 2 ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินท่ามกลางปัจจัยกดดันจากค่าเงินบาท บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ด้วยกำไรหลักจากการดำเนินงาน (COP) ที่ 60.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 67.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ประกอบกับการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโครงการลีโอ 2 ในประเทศญี่ปุ่น และประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นของโครงการ SPN ในประเทศไทย แม้บริษัทจะเผชิญกับปัจจัยกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าและค่า Ft ที่ลดลง แต่ภาพรวมการดำเนินงานยังคงเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในการขยายพอร์ตโฟลิโอพลังงานสะอาดตามแผนยุทธศาสตร์ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจรอบนี้คือ "ปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ" โดยเฉพาะจากกลุ่มพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท โดยในไตรมาส 2/2569 ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นถึง 23.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: ปัจจัยด้านฤดูกาลและประสิทธิภาพ: ความเข้มแสงในประเทศไทยและเวียดนามที่สูงขึ้นตามฤดูกาล ประกอบกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต (Repowering) ของโครงการ SPN ที่แล้วเสร็จ ช่วยให้ผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น การขยายกำลังการผลิต: การเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการลีโอ 2 ในญี่ปุ่น และการทยอย COD โครงการโซลาร์รูฟท็อปในไทยเพิ่มอีก 5.2 เมกะวัตต์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ส่งผลบวกโดยตรงต่อรายได้ การบริหารต้นทุนทางการเงิน: แม้จะมีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสกุลเงินเยน แต่บริษัทสามารถลดต้นทุนทางการเงินรวมเมื่อเทียบกับปีก่อนได้ถึง 24.4% เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายครั้งเดียว (One-time items) จากการ Refinance เหมือนปี 2568 จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: มีโอกาสต่อเนื่อง เนื่องจากโครงการลีโอ 2 และโครงการโซลาร์รูฟท็อปใหม่จะรับรู้รายได้เต็มปีในปี 2569 ประกอบกับแผนการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าเดิมที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามคือความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (เงินบาทแข็งค่า) และนโยบายค่า Ft ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันรายได้ของโครงการในไทยและต่างประเทศที่บริษัทควบคุมไม่ได้โดยตรง Highlight สำคัญ กำไรหลัก (COP): ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 60.3 ล้านบาท (+67.2% YoY) รายได้รวม: 731.3 ล้านบาท (+15.3% YoY) ปริมาณจำหน่ายไฟฟ้า: รวม 156,571 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (+17.3% YoY) โครงการใหม่: โครงการลีโอ 2 และโซลาร์รูฟท็อป 5.2 เมกะวัตต์ เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก สถานะการเงิน: อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD to Equity) อยู่ที่ 2.14 เท่า ยังต่ำกว่าเกณฑ์หุ้นกู้ที่ 3.00 เท่า ภาพรวมผลประกอบการ รายได้จากการขายไฟฟ้าและบริการในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 731.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% YoY แม้รายได้จะลดลง 17.3% QoQ จากการเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่นของโรงไฟฟ้าพลังงานลม แต่กำไรหลักยังคงเติบโตแข็งแกร่งจากการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพและการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ โอกาส การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Net Zero) ตามแผน PDP 2024 ของไทยที่เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเป็น 51% ภายในปี 2580 การขยายตัวของความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center และภาคอุตสาหกรรม ศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจากโครงการเดิม (Repowering) ความเสี่ยง ค่าเงินบาท: การแข็งค่าของเงินบาทกดดันรายได้ที่รับรู้เป็นเงินบาทจากโครงการในต่างประเทศ นโยบายภาครัฐ: การปรับลดค่า Ft และการสิ้นสุด Adder ของโครงการ SPN ตั้งแต่ต้นปี 2568 ภูมิอากาศ: ความผันผวนของความเข้มแสงและความเร็วลมที่อาจต่ำกว่าคาดการณ์ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ทิศทางค่าเงินบาทและผลกระทบต่อรายได้จากต่างประเทศ การบริหารจัดการอัตราดอกเบี้ยลอยตัวของเงินกู้สกุลเงินเยน ความคืบหน้าของโครงการใหม่ๆ ในอนาคตเพื่อชดเชยการสิ้นสุด Adder ของโครงการเดิม การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับรายได้ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) บริษัทเน้นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก โดยมีโครงการ SPN เป็นหัวใจสำคัญในไทย ซึ่งแม้จะสิ้นสุด Adder ไปแล้ว แต่การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตช่วยชดเชยรายได้ได้บางส่วน ทั้งนี้ โครงการพลังงานลมในไทยและเวียดนามมีลักษณะเป็นฤดูกาล (Low Season ใน Q2) ซึ่งบริษัทบริหารความเสี่ยงด้วยการกระจายการลงทุนในหลายประเทศและหลายประเภทพลังงาน ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 4.8% มาอยู่ที่ 28,287.3 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (67.3%) หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมระยะยาวเพื่อรองรับการขยายโครงการ แต่ยังคงรักษาอัตราส่วนทางการเงินให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในสิทธิหุ้นกู้ได้อย่างปลอดภัย สรุปท้าย SSP แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของกำไรหลักที่แข็งแกร่งในไตรมาส 2/2569 จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตไฟฟ้าและโครงการใหม่ที่เริ่มรับรู้รายได้ แม้จะเผชิญแรงกดดันจากค่าเงินบาทและค่า Ft ที่ลดลง แต่ด้วยสถานะทางการเงินที่มั่นคงและแผนการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทมีพื้นฐานที่พร้อมรองรับการเติบโตในยุคเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดต่อไป