Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin S บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)

S เผยผลงาน Q2/2569 ขาดทุนสุทธิ 123 ล้านบาท กดดันจากยอดโอนอสังหาฯ ชะลอตัว

รายได้รวมปรับตัวลดลงตามยอดโอนโครงการแนวราบ ขณะที่ธุรกิจอสังหาฯ เพื่อการค้าและนิคมฯ ยังเป็นแรงหนุนสำคัญในครึ่งปีหลัง บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 โดยมีรายได้รวม 2,890 ล้านบาท ลดลง 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้บริษัทฯ รับรู้ขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้ที่ 123 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากขาดทุน 40 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2568 โดยปัจจัยหลักมาจากการชะลอตัวของการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่พักอาศัย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการขับเคลื่อนธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าเพื่อสร้างการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลัง Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของผลประกอบการในไตรมาส 2/2569 คือการชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย ซึ่งลดลงถึง 73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เหลือเพียง 208 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวราบที่ลดลง ประกอบกับผลกระทบจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ ทำให้รายได้จากธุรกิจโรงแรมปรับตัวลดลง 6% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับแรงกดดันจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ลดลง ซึ่งมีสาเหตุมาจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าบริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้ดีขึ้น โดยลดลง 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวลดลงจากการเจรจาลดดอกเบี้ยและการชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนด แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยรายได้จากการขายที่หายไปได้ สำหรับแนวโน้มในรอบถัดไป มีโอกาสฟื้นตัว โดยฝ่ายจัดการประเมินว่าธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมจะมีทิศทางที่ดีขึ้นจากการลงทุนใน Data Center และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้ามีแนวโน้มรายได้สูงขึ้นจากการทยอยเข้าใช้พื้นที่ของผู้เช่ารายใหม่ที่ปิดการขายแล้ว นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวที่เริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายจากราคาพลังงานที่ปรับตัวลง คาดว่าจะช่วยสนับสนุนความเชื่อมั่นในการเดินทางในช่วงครึ่งปีหลังได้มากขึ้น Highlight สำคัญ รายได้รวม: ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 2,890 ล้านบาท ลดลง 17% YoY ขาดทุนสุทธิ: ไตรมาส 2/2569 ขาดทุน 123 ล้านบาท (เทียบกับขาดทุน 40 ล้านบาทใน Q2/2568) ธุรกิจอสังหาฯ เพื่อการค้า: รายได้เติบโต 8% YoY จากการส่งมอบพื้นที่เช่าอาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ และเอส โอเอซิส อัตรากำไรขั้นต้น: รักษาไว้ได้ที่ระดับ 35% ในไตรมาส 2/2569 เท่ากับปีก่อน ฐานะการเงิน: สัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IBD/E) ปรับตัวดีขึ้นสู่ระดับ 1.48 เท่า ภาพรวมผลประกอบการ รายได้รวมครึ่งปีแรกของปี 2569 อยู่ที่ 6,153 ล้านบาท ลดลง 10% YoY โดยมีกำไรสุทธิรวม 26 ล้านบาท แม้ไตรมาส 2 จะขาดทุน แต่ภาพรวมครึ่งปีแรกยังคงมีกำไรสุทธิจากการบริหารจัดการต้นทุนและการฟื้นตัวของรายได้ในบางส่วน โอกาส นิคมอุตสาหกรรม: กระแสการลงทุนใน Data Center เป็นปัจจัยบวกสำคัญ โดยมีลูกค้าขนาดใหญ่ให้ความสนใจที่ดินในนิคมฯ เอส อ่างทอง อสังหาฯ เพื่อการค้า: อัตราการเช่าอาคารสำนักงานหลักยังอยู่ในระดับสูง (>90%) และมีพื้นที่รอรับรู้รายได้อีกกว่า 6,000 ตร.ม. การท่องเที่ยว: การยกระดับสู่ "Value over Volume" และกิจกรรม MICE ในช่วงครึ่งปีหลังจะเป็นตัวหนุนรายได้โรงแรม ความเสี่ยง ภูมิรัฐศาสตร์: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเดินทางและต้นทุนพลังงาน อัตราแลกเปลี่ยน: ความผันผวนส่งผลกระทบโดยตรงต่อส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจโรงไฟฟ้า ยอดโอนอสังหาฯ: การชะลอตัวของยอดโอนโครงการแนวราบยังคงเป็นปัจจัยกดดันรายได้หลัก สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าการขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรมให้กลุ่ม Data Center อัตราการเข้าใช้พื้นที่เช่าใหม่ในอาคารเอส โอเอซิส การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวในมัลดีฟส์และยุโรปในช่วงครึ่งปีหลัง การบริหารจัดการกระแสเงินสดเพื่อลดภาระหนี้สินต่อเนื่อง รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) บริษัทฯ มีโครงการที่พักอาศัยอยู่ระหว่างขาย 10 โครงการ มูลค่าคงเหลือ 16,956 ล้านบาท โดยโครงการสริน ราชพฤกษ์ สาย 1 และฌอน ปัญญาอินทรา เป็นโครงการหลักที่อยู่ระหว่างการรับรู้รายได้ สำหรับธุรกิจอาคารสำนักงาน อัตราการเช่าของอาคารเอส โอเอซิส ปรับตัวขึ้นสู่ 55% สะท้อนความต้องการพื้นที่สำนักงานคุณภาพในทำเลทางเลือก ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีหนี้สินรวม 48,781 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2568 จากการชำระคืนเงินกู้ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 20,050 ล้านบาท ส่งผลให้สถานะทางการเงินแข็งแกร่งขึ้นด้วย Net IBD/E ที่ 1.48 เท่า สรุปท้าย ผลประกอบการของ S ในไตรมาส 2/2569 ได้รับผลกระทบจากยอดโอนอสังหาฯ ที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งจากธุรกิจอสังหาฯ เพื่อการค้าและนิคมอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต การลดลงของต้นทุนทางการเงินและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประคองผลประกอบการในช่วงที่ตลาดอสังหาฯ ยังคงปรับสมดุล