Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TOP บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

TOP โชว์กำไรปกติ Q2/69 โตแกร่ง 69.6% ลุ้นปันผลระหว่างกาลหนุนราคาหุ้น

ผลประกอบการ Q2/69 ตามคาด พร้อมจับตาเงินปันผล บล.เอเซียพลัส (ASPS) รายงานผลการดำเนินงานของ TOP ในไตรมาส 2/2569 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 8.6 พันล้านบาท ลดลง 56% จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากมีรายการพิเศษจากการบันทึกขาดทุนสต๊อกน้ำมันและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม กำไรปกติในไตรมาส 2/69 กลับเติบโตโดดเด่นถึง 69.6% จากไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจโรงกลั่นที่ฟื้นตัวชัดเจน ค่าการกลั่น (Market GRM) ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 21.2 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล แม้จะมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนน้ำมันดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น รวมถึงการแทรกแซงราคาดีเซลจากภาครัฐก็ตาม วิเคราะห์เจาะลึกภาพรวมครึ่งปีแรกและแนวโน้มครึ่งปีหลัง สำหรับผลการดำเนินงานรวมครึ่งปีแรก (1H69) บริษัทมีกำไรปกติสูงถึง 2.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 468.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 89.2% ของประมาณการทั้งปี ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยประเมินว่ากำไรในช่วงครึ่งปีหลัง (2H69) มีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากครึ่งปีแรก โดยคาดการณ์กำไรปกติปี 2569 ไว้ที่ 2.9 หมื่นล้านบาท สำหรับไตรมาส 3/69 คาดว่ากำไรจะปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากผลกระทบจากค่าการกลั่นที่ลดลงและส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่เข้าสู่ภาวะปกติหลังสถานการณ์สงครามคลี่คลาย รวมถึงความเสี่ยงในการบันทึกขาดทุนสต๊อกน้ำมันที่อาจเกิดขึ้นได้ ข้อสังเกตด้านความเสี่ยงและการลงทุน นักวิเคราะห์จาก ASPS ได้ให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ไว้ที่ 68 บาทต่อหุ้น โดยแนะนำให้ Trading ตามกระแสเงินทุน (Fund Flow) ที่ไหลเข้ากลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี พร้อมจับตาการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคาดว่าจะโดดเด่นอยู่ที่ประมาณ 2.0-2.2 บาทต่อหุ้น (รอการอนุมัติ 27 ส.ค.) ทั้งนี้มีประเด็นความเสี่ยงที่ต้องระมัดระวัง ได้แก่ การหยุดเดินเครื่องฉุกเฉินของโรงกลั่น , ความผันผวนของค่าการกลั่นและส่วนต่างปิโตรเคมี , นโยบายแทรกแซงราคาจากภาครัฐ และ ความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศ บทสรุปการลงทุน โดยสรุป TOP ยังคงมีความแข็งแกร่งในการดำเนินงานและได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์สงครามเป็นระยะๆ แม้จะมีปัจจัยกดดันด้านต้นทุนและกฎระเบียบภาครัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยฝ่ายวิจัยคงประมาณการเดิมและแนะนำให้นักลงทุนติดตามจังหวะการจ่ายเงินปันผลซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกระยะสั้นที่น่าสนใจ โดยคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ทั้งปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 6.6% ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าดึงดูดสำหรับนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนในกลุ่มพลังงาน