2026-08-14T08:51:42+00:00 fin BCH บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) BCH กำไรสุทธิ Q2/2569 หดตัว 11.6% YoY รับผลกระทบปิดด่านชายแดนและปรับรูปแบบการรักษา รายได้รวมลดลงเล็กน้อย 1.1% YoY ขณะที่ต้นทุนบุคลากรและค่าเสื่อมราคาจากการปรับปรุงโรงพยาบาลกดดันอัตรากำไร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2569 โดยมีรายได้รวม 3,012.8 ล้านบาท ลดลง 1.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากการลดลงของรายได้ศูนย์เฉพาะทางบางแห่งและการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทอยู่ที่ 343.1 ล้านบาท ลดลง 11.6% YoY โดยฝ่ายจัดการชี้ว่าปัจจัยกดดันหลักมาจากต้นทุนดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายศักยภาพและการปรับปรุงโรงพยาบาลในเครือเพื่อรองรับผู้ป่วยโรคซับซ้อนในระยะยาว Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจรอบนี้คือ "การปรับโครงสร้างรายได้และต้นทุนจากการลงทุนในสินทรัพย์" กำไรสุทธิที่ลดลง 11.6% YoY มีสาเหตุหลักจากการลดลงของรายได้ในกลุ่มผู้ป่วยทั่วไป (โดยเฉพาะศูนย์ KPS และศูนย์เวชศาสตร์ป้องกัน) และผลกระทบจากการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ประกอบกับต้นทุนดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 0.7% YoY จากค่าใช้จ่ายบุคลากรทางการแพทย์และค่าเสื่อมราคาจากการเปิดพื้นที่ปรับปรุงใหม่ของโรงพยาบาลในเครือ (เช่น เกษมราษฎร์ ปทุมธานี และบางแค) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น รายได้: รายได้ผู้ป่วยทั่วไปลดลง 4.4% YoY เนื่องจากการเปลี่ยนรูปแบบการรักษาจากหัตถการผ่าตัดเป็นแนวทางที่ไม่ผ่าตัด รวมถึงจำนวนผู้รับบริการที่ลดลงในช่วงเทศกาลสงกรานต์และการปิดด่านชายแดน ต้นทุน: แม้รายได้จะลดลง แต่บริษัทมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มแพทย์และบุคลากรสนับสนุนเพื่อรองรับผู้ป่วยโรคซับซ้อน รวมถึงค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนปรับปรุงโรงพยาบาล ซึ่งเป็นกลยุทธ์ระยะยาวในการยกระดับศักยภาพการรักษา รายการพิเศษ: ในไตรมาสนี้มีการรับรู้รายได้ส่วนเพิ่มจากการรักษาผู้ป่วย 26 โรคเรื้อรัง จำนวน 53.4 ล้านบาท ซึ่งช่วยพยุงผลประกอบการไว้บางส่วน จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของต้นทุน แต่คาดว่ารายได้จะฟื้นตัว จากที่ระบุในเอกสาร บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังจะดีขึ้นจากปัจจัยฤดูกาล (โรคระบบทางเดินหายใจ) และการฟื้นตัวของกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากฐานเปรียบเทียบผู้ป่วยกัมพูชาจะเริ่มลดลงในครึ่งปีหลัง ส่วนต้นทุนค่าเสื่อมราคาจากการลงทุนจะเป็นภาระต่อเนื่อง แต่บริษัทเชื่อมั่นว่าการยกระดับศูนย์การแพทย์จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว Highlight สำคัญ รายได้รวม: 3,012.8 ล้านบาท (-1.1% YoY) กำไรสุทธิ: 343.1 ล้านบาท (-11.6% YoY) รายได้ประกันสังคม: เติบโต 4.3% YoY จากการเป็นศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยโรคซับซ้อน EBITDA Margin: อยู่ที่ 24.9% เทียบกับ 26.0% ในปีก่อน การลงทุน: อยู่ระหว่างก่อสร้างโรงพยาบาลใหม่ (ระยอง, สุวรรณภูมิ) และปรับปรุงโรงพยาบาลเดิมเพื่อเพิ่มจำนวนเตียง ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ได้รับผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงในกลุ่มผู้ป่วยทั่วไปและการปิดด่านชายแดน แต่ยังคงเห็นการเติบโตของรายได้ประกันสังคมที่ 4.3% YoY สะท้อนถึงความสำเร็จในการปรับตัวเป็นศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยโรคซับซ้อน (RW > 2) โอกาส การเข้าสู่ฤดูฝนที่คาดว่าจะเพิ่มจำนวนผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ การฟื้นตัวของกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางตามสถานการณ์ความขัดแย้งที่ผ่อนคลาย แผนการเปิดอาคารใหม่ของโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ แม่สาย ในเดือนกันยายน 2569 การปรับปรุงโรงพยาบาลรัตนาธิเบศร์เพื่อเพิ่มจำนวนเตียงจาก 119 เป็น 220 เตียง ความเสี่ยง ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา การแข่งขันในกลุ่มผู้ป่วยทั่วไปและการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการรักษาที่อาจลดรายได้จากหัตถการ ภาระค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายบุคลากรที่เพิ่มขึ้นจากการขยายโรงพยาบาลใหม่ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าการเปิดอาคารใหม่ของโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ แม่สาย การพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ของประกันสังคม การฟื้นตัวของจำนวนผู้ป่วยต่างชาติ (ตะวันออกกลางและกัมพูชา) การควบคุมต้นทุนดำเนินงานในระหว่างช่วงการลงทุนขยายสาขา รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) Occupancy/Utilization: รายได้ประกันสังคมเติบโตจากการเป็นศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยโรคซับซ้อนและการให้บริการ Sleep Test ต้นทุนแรงงาน: เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มแพทย์และบุคลากรสนับสนุนเพื่อรองรับการขยายตัวของศูนย์เฉพาะทาง อัตรากำไร: GPM อยู่ที่ 28.7% ลดลงจาก 30.1% ในปีก่อน สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงพื้นที่ให้บริการ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 17,415.7 ล้านบาท ลดลง 0.4% จากสิ้นปีก่อน กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 758.3 ล้านบาท โดยบริษัทมีการใช้เงินลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์จำนวน 749.9 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวของโรงพยาบาลในเครือ สรุปท้าย BCH เผชิญความท้าทายในไตรมาส 2/2569 จากปัจจัยภายนอกและการปรับตัวของกลุ่มผู้ป่วยทั่วไป แต่ยังคงรักษาความสามารถในการเติบโตของรายได้ประกันสังคมไว้ได้ การลงทุนในสินทรัพย์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันแม้จะกดดันกำไรในระยะสั้น แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างฐานรายได้จากผู้ป่วยโรคซับซ้อนและเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตในระยะยาวเมื่อโรงพยาบาลใหม่เปิดให้บริการครบถ้วน