Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SPALI บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)

SPALI โชว์กำไร Q2/26 พุ่งแรง 310% จากไตรมาสก่อน รับอานิสงส์โอนโครงการและส่วนแบ่งกำไร JV

ผลประกอบการโดดเด่นเกินคาด โบรกเกอร์ FSSIA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ของบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.65 พันล้านบาท เติบโตแข็งแกร่งถึง 310% จากไตรมาสก่อน (q-q) และ 49% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่นักวิเคราะห์และตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 700-800 ล้านบาท ปัจจัยบวกสำคัญมาจากยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นและการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการร่วมทุน (JV) ในออสเตรเลียที่พุ่งสูงขึ้นถึง 890 ล้านบาท เจาะลึกรายละเอียดการเติบโตและข้อสังเกต ในไตรมาส 2/26 บริษัทมียอดโอนรวม 6.8 พันล้านบาท (+87% q-q) โดยแบ่งเป็นยอดโอนคอนโดมิเนียม 956 ล้านบาท และแนวราบ 5.9 พันล้านบาท แม้ภาพรวมยอดโอนจะเติบโต แต่ อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ยังคงถูกกดดันอยู่ที่ 30.3% เนื่องจากบริษัทต้องใช้กลยุทธ์ส่งเสริมการขายอย่างหนักเพื่อกระตุ้นยอดขายท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้ดี โดยลดลงเหลือ 14.5% ของรายได้ มุมมองการลงทุนและราคาเป้าหมาย FSSIA คงคำแนะนำสำหรับหุ้น SPALI โดยกำหนด ราคาเป้าหมายที่ 15.60 บาท โดยใช้วิธีการประเมินมูลค่าตามปัจจัยพื้นฐาน ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าแม้ราคาหุ้นปัจจุบันจะใกล้เคียงกับราคาเป้าหมาย แต่ SPALI ยังมีปัจจัยบวกระยะสั้นจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดในไตรมาส 2 และการประกาศจ่ายเงินปันผลครึ่งปีแรก (1H26) ที่ 0.55 บาทต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ (คิดเป็น Dividend Yield ประมาณ 3.5%) โดยมีกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 25 สิงหาคม 2569 สรุปภาพรวมและทิศทางในอนาคต สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 3/26 คาดว่ายอดโอนจะยังคงเติบโตต่อเนื่องจากโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ที่สร้างเสร็จพร้อมโอน อย่างไรก็ตาม กำไรในไตรมาส 3 อาจชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อน (q-q) เนื่องจากส่วนแบ่งกำไรจาก JV จะลดลงตามฤดูกาล ทั้งนี้ บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 1.54 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยสนับสนุนรายได้ในช่วงที่เหลือของปีได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความท้าทายจากยอดขายใหม่ (New Sales) และการฟื้นตัวของตลาดแนวราบที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง