2026-08-13T08:47:12+00:00 iaa TRUE บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) TRUE โชว์ฟอร์มแกร่งกำไร 2Q26 พุ่งเกินคาด พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาล TRUE: ผลงาน Q2/2569 ฟื้นตัวสู่การเติบโตของรายได้บริการครั้งแรกในรอบหลายไตรมาส พร้อมรักษา EBITDA ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง 1. Highlights การฟื้นตัวของรายได้บริการ: เป็นครั้งแรกในรอบหลายไตรมาสที่ True Corporation กลับมามีการเติบโตของรายได้บริการ (Service Revenue) ทั้งรายปี (+0.8% YoY) และรายไตรมาส (+0.8% QoQ) ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ การเติบโตของ EBITDA อย่างต่อเนื่อง: EBITDA เติบโต 13.5% YoY และ 1.1% QoQ ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการ OPEX ที่มีวินัยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การควบรวมกิจการ โดยมี EBITDA margin ต่อรายได้บริการเพิ่มขึ้น 7.6%pp YoY และ 0.2%pp QoQ เป็น 68.5% กำไรสุทธิที่แข็งแกร่ง: รายงานกำไรสุทธิ (NPAT) ที่ 6.6 พันล้านบาท ซึ่งเป็นการทำกำไรติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 6 และเพิ่มขึ้น 3.2 เท่า YoY การลดลงของหนี้สิน: อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA (Leverage) ลดลงเหลือ 3.7 เท่า ลดลง 0.3 เท่า YoY และ 0.1 เท่า QoQ การจ่ายเงินปันผล: คณะกรรมการอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 5.2 พันล้านบาท (0.15 บาทต่อหุ้น) คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 79% ของกำไรสุทธิรวม ซึ่งสูงกว่านโยบายที่ 50% การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้: รายได้บริการที่ฟื้นตัวมาจากธุรกิจ Mobile และ Online เป็นหลัก ในขณะที่ธุรกิจ B2B และ PayTV ยังคงอ่อนแอ การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ: ต้นทุนการดำเนินงาน (OPEX) ลดลง 28.7% YoY และ 4.4% QoQ ซึ่งเป็นผลจากการควบรวมคลื่นความถี่และผลประโยชน์จากการผนึกกำลัง (Synergy benefits) 2. Hero Story "การกลับมาเติบโตของรายได้บริการเป็นครั้งแรกในรอบหลายไตรมาส" เป็นฮีโร่ของไตรมาสนี้ เนื่องจากเป็นการพลิกฟื้นจากภาวะถดถอยที่ดำเนินมาหลายไตรมาส สะท้อนถึงความสำเร็จในการปรับกลยุทธ์และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่เริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเติบโตในธุรกิจ Mobile และ Online ที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก 3. Outlook รายได้บริการ: ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของรายได้บริการปี 2569 ลงเหลือ 1-2% (จากเดิม 2-3%) เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และผลกระทบจากธุรกิจ B2B และ PayTV ที่อ่อนแอ EBITDA: คาดการณ์ EBITDA ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงที่ 7-9% YoY โดยเน้นการควบคุมต้นทุนและการลดความเสี่ยงอย่างรอบคอบ CAPEX: คาดการณ์ค่าใช้จ่ายลงทุน (CAPEX) ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงที่ 25-27 พันล้านบาท โดย 45% จะลงทุนใน Mobile, 35% ใน Online (รวม B2B) และ 20% ใน IT และอื่นๆ เงินปันผล: พิจารณาจ่ายเงินปันผลรายไตรมาสอย่างน้อย 70% ของกำไรสุทธิรวม ขึ้นอยู่กับการอนุมัติของคณะกรรมการ กลยุทธ์ระยะยาว: - การเติบโต: มุ่งเน้นการเติบโตของรายได้บริการโดยการเพิ่มมูลค่าจากฐานลูกค้าเดิมและขยายบริการใหม่ๆ เช่น TrueID (OTT content) และ My Plan (modular price plans) - ประสบการณ์ลูกค้า: ใช้ความเป็นผู้นำด้านเครือข่าย (Spectrum leadership) เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นแก่ลูกค้า และเพิ่มการใช้ข้อมูล (Data consumption) - AI และประสิทธิภาพ: ใช้ AI และ Machine Learning เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ลดต้นทุนพลังงาน และปรับปรุงการจัดการพนักงาน - พันธมิตร: สร้างพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อขยายบริการ Beyond Connectivity เช่น Data Center (True IDC) และ Home Solutions (AI cameras, AI speakers) 4. ความเสี่ยง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค: จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง (-5% YTD YoY, -30% QoQ) และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกยังคงเป็นปัจจัยกดดัน การบริโภคภาคเอกชน: ได้รับผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีการกระตุ้นจากภาครัฐบางส่วน การแข่งขันในตลาด: การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจ PayTV และ B2B ส่งผลกระทบต่อรายได้ การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ: นโยบายของ NBTC ที่กำหนดให้ลูกค้าเติมเงิน (Prepaid) ต้องมีเงินคงเหลืออย่างน้อย 3 บาทเพื่อรักษาสถานะ Active ทำให้ ARPU ลดลง เนื่องจากเป็นการดึงลูกค้า ARPU ต่ำกลับเข้ามา การจ่ายเงินปันผล: แม้จะจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิรวม แต่กำไรสุทธิแบบ Standalone ของบริษัทอาจไม่เพียงพอ ซึ่งอาจต้องพึ่งพิงการจ่ายเงินปันผลจากบริษัทย่อย (Upstream dividend) 5. Q&A Highlights การจ่ายเงินปันผลจากกำไร Standalone (18:05): ผู้บริหารชี้แจงว่านโยบายการจ่ายเงินปันผลอ้างอิงจากกำไรสุทธิรวม (Consolidated NPAT) แต่การจ่ายจริงจะมาจากกำไรสะสมของบริษัทแม่ (Standalone) ซึ่งปัจจุบันมีเงินสำรองเพียงพอ (ประมาณ 15 พันล้านบาท) และบริษัทย่อยหลัก (TUC) ก็มีกำไรอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้สามารถจ่ายเงินปันผลจากบริษัทย่อยขึ้นมายังบริษัทแม่ได้เมื่อจำเป็น ธุรกิจ PayTV (19:47): ผู้บริหารไม่เปิดเผยข้อมูลกำไรของธุรกิจ PayTV แบบ Standalone แต่ระบุว่าโดยรวมแล้วอยู่ในระดับ Break-even และมีอัตรากำไรที่ต่ำกว่าธุรกิจอื่น เนื่องจากมีการลงทุนสูงในด้าน Content อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังปรับกลยุทธ์ไปสู่ OTT (Over-the-Top) และ Digital TV โดยใช้แพลตฟอร์ม TrueID และ TVS (TrueVisions) เพื่อสร้างรายได้จากการโฆษณาและบริการเสริม กลยุทธ์การเติบโตใน 12-24 เดือนข้างหน้า (21:37): ผู้บริหารระบุว่ากลยุทธ์หลักคือ "Big Moves" ใน 5 ด้าน ได้แก่ Growth, Experience, AI, People และ Partnerships โดยเน้นการใช้ประโยชน์จากความเป็นผู้นำด้านเครือข่าย (Spectrum leadership) เพื่อเพิ่ม Data Consumption และสร้างรายได้จากบริการ Beyond Connectivity เช่น Home Solutions และ Data Center นอกจากนี้ยังมีการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและลดต้นทุน ผลกระทบจากนโยบาย NBTC ต่อจำนวนผู้ใช้บริการ (28:51): ผู้บริหารอธิบายว่านโยบาย NBTC ที่กำหนดให้ลูกค้า Prepaid ต้องมีเงินคงเหลืออย่างน้อย 3 บาทเพื่อรักษาสถานะ Active ทำให้มีลูกค้าที่เคยถูกตัดสถานะกลับมาเป็น Active มากขึ้น ซึ่งเป็นลูกค้า ARPU ต่ำ ส่งผลให้ ARPU โดยรวมลดลง แต่จำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อการเติบโตในระยะยาว การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น Telenor (36:37): ผู้บริหารยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นของ Telenor ไม่มีผลกระทบต่อทิศทางธุรกิจ กลยุทธ์ หรือการบริหารงานของ True Corporation เนื่องจากผู้บริหารหลักหลายคน รวมถึง CFO และ Head of Investor Relations มาจาก Telenor และปัจจุบันเป็นพนักงานท้องถิ่นของ True Corporation ซึ่งยังคงมุ่งมั่นในการเติบโตและสร้างผลตอบแทนตามที่คาดหวัง