Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SAPPE บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน)

SAPPE ลุ้นกำไรไตรมาส 3 พุ่งรับไฮซีซั่น โบรกฯ ชี้เป้า 35 บาท

สรุปภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 2/2569 บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 189 ล้านบาท เติบโต 3% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น 16% จากปัจจัยฤดูกาลและการส่งออกที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) กำไรหดตัวลง 24% เนื่องจากยอดขายในภูมิภาคตะวันออกกลางและยุโรปชะลอตัว ประกอบกับต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้นทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 44.2% รวมถึงมีการลงทุนด้านการตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายฐานลูกค้าในอนาคต มุมมองนักวิเคราะห์และราคาเป้าหมาย สายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส (ASPS) ประเมินว่าแนวโน้มกำไรในไตรมาส 3/2569 มีโอกาสเติบโตโดดเด่นทั้ง QoQ และ YoY โดยได้รับแรงหนุนจากช่วงไฮซีซั่นของการส่งออก การกระจายสินค้าของคู่ค้ารายใหม่ในอินโดนีเซีย และอานิสงส์จากคลื่นความร้อนในยุโรป ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ไว้ที่ 836 ล้านบาท (+6% YoY) โดยได้ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 35.00 บาท (อิง PER 11.5 เท่า) พร้อมคงคำแนะนำ “Trading” เพื่อเก็งกำไรผลประกอบการที่จะเร่งตัวขึ้น และรอรับเงินปันผลปี 2569 ที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนสูงถึง 6.7% ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตถึงความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการดำเนินงาน ได้แก่ 1) ความผันผวนของค่าเงินบาทที่อาจส่งผลต่อรายได้ในรูปดอลลาร์สหรัฐ 2) ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น น้ำตาล วุ้นมะพร้าว และเม็ดพลาสติก PET ที่มีความผันผวนตามตลาดโลก 3) การแข่งขันในธุรกิจเครื่องดื่มที่รุนแรงทั้งจากผู้เล่นเดิมและรายใหม่ และ 4) ประเด็นด้าน ESG โดยเฉพาะความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อความต้องการสินค้า รวมถึงกระแสการบริโภคเครื่องดื่มน้ำตาลน้อย (Low Sugar) ที่บริษัทต้องปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์โลก บทสรุปการลงทุน แม้ผลประกอบการไตรมาส 2 จะได้รับแรงกดดันจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายทางการตลาด แต่ SAPPE ยังคงมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะในไตรมาส 3 ที่คาดว่าจะเป็นจุดสูงสุดของปี นักลงทุนสามารถใช้จังหวะนี้ในการเก็งกำไรตามรอบผลประกอบการ พร้อมรับผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจ ทั้งนี้ควรติดตามความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและการรักษาส่วนแบ่งการตลาดในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด