2026-08-14T08:32:09+00:00 fin SIRI บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) SIRI กำไร Q2/2569 หดตัว 17.2% YoY กดดันจากรายได้แนวราบชะลอตัว-ต้นทุนการตลาดสูง รายได้รวมปรับตัวลดลงตามยอดโอนโครงการแนวราบ ขณะที่บริษัทเร่งทำโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 โดยมีกำไรสุทธิ 1,005 ล้านบาท ลดลง 17.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมีรายได้รวม 7,544 ล้านบาท ลดลง 14.1% YoY โดยปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายโครงการแนวราบ ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปและข้อจำกัดด้านกำลังซื้อของผู้บริโภค Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญคือการชะลอตัวของรายได้จากการขายโครงการแนวราบ ซึ่งเป็นพอร์ตหลักของบริษัท โดยรายได้จากการขายโครงการแนวราบ (บ้านเดี่ยวและมิกซ์โปรดักส์) ลดลง 22.6% YoY และทาวน์โฮมลดลงถึง 65.4% YoY เนื่องจากฐานรายได้ในไตรมาส 2 ปี 2568 อยู่ในระดับสูงจากการโอนโครงการขนาดใหญ่ ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการเพื่อขายปรับตัวลดลงจาก 29.2% เหลือ 27.3% ในไตรมาสนี้ สาเหตุหลักมาจากปัจจัยกดดันรอบด้าน: กำลังซื้อและสินเชื่อ: สถาบันการเงินยังคงระมัดระวังในการอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยอย่างเข้มงวด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการโอนกรรมสิทธิ์ การแข่งขันด้านราคา: ภาวะการแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังอยู่ในระดับสูง บีบให้บริษัทต้องทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องเพื่อระบายสต็อกและกระตุ้นยอดโอน ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น รายได้พิเศษลดลง: รายได้ค่าบริการธุรกิจลดลง 14.5% YoY เนื่องจากไม่มีการรับรู้ค่าตอบแทนพิเศษ (Incentive Fee) จากโครงการร่วมทุนเหมือนในปีก่อน ความต่อเนื่อง: แนวโน้มนี้ ยังไม่ชัดเจนและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากบริษัทพยายามประคองยอดขายผ่านการเปิดโครงการใหม่ 6 แห่งในไตรมาสนี้ (มูลค่า 13,700 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบด้านกำลังซื้อและเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อของธนาคารยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่อาจกดดันผลประกอบการในระยะสั้นถึงกลาง Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: 1,005 ล้านบาท ลดลง 17.2% YoY รายได้รวม: 7,544 ล้านบาท ลดลง 14.1% YoY รายได้จากการขายโครงการ: 6,158 ล้านบาท ลดลง 18.9% YoY โดยแนวราบลดลง แต่คอนโดมิเนียมเติบโต 7.7% YoY อัตรากำไรขั้นต้น (โครงการเพื่อขาย): ลดลงเหลือ 27.3% จาก 29.2% ในปีก่อน จากการทำโปรโมชั่นหนัก หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Gearing Ratio): อยู่ที่ 1.59 เท่า ยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด (ไม่เกิน 2.5 เท่า) ภาพรวมผลประกอบการ รายได้รวม 6 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 14,235 ล้านบาท ลดลง 9.2% YoY และกำไรสุทธิ 1,869 ล้านบาท ลดลง 7.8% YoY แม้รายได้จะลดลง แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้นในภาพรวมครึ่งปีแรก ทำให้กำไรสุทธิลดลงในอัตราที่น้อยกว่ารายได้ โอกาส การขยายมาตรการรัฐ: การขยายเวลาลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ถึงกลางปี 2570 สำหรับที่อยู่อาศัยไม่เกิน 7 ล้านบาท เป็นปัจจัยบวกช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ การเติบโตของคอนโดมิเนียม: รายได้จากคอนโดมิเนียมเริ่มฟื้นตัวและเติบโต 7.7% YoY จากการเริ่มโอนโครงการใหม่ๆ เช่น เดอะ เบส เชิงทะเล และเดอะ เบส ศรีจันทร์ ขอนแก่น ความเสี่ยง หนี้ครัวเรือน: ระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง (85.9% ของ GDP) เป็นข้อจำกัดหลักของกำลังซื้อ ความเข้มงวดของธนาคาร: อัตราการอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยยังอยู่ในระดับจำกัด ต้นทุนการตลาด: การแข่งขันที่รุนแรงอาจทำให้อัตรากำไรขั้นต้นถูกกดดันต่อเนื่อง สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ อัตราการปฏิเสธสินเชื่อของลูกค้า (Rejection Rate) ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาสถัดไปว่าจะฟื้นตัวได้หรือไม่ ยอดขายจากโครงการใหม่ 6 โครงการที่เปิดตัวใน Q2/2569 การบริหารจัดการกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (ปัจจุบันใช้เงินสดไปกับการพัฒนาโครงการ 9,188 ล้านบาท) รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) บริษัทเน้นการรักษาสมดุลของพอร์ตโฟลิโอ โดยรายได้แนวราบยังคงเป็นสัดส่วนหลัก (56%) แม้จะลดลง แต่คอนโดมิเนียมเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น (43.8% ของรายได้จากการขาย) การที่บริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 81,220 ล้านบาท สะท้อนถึงการลงทุนในสต็อกโครงการเพื่อรอการขาย ซึ่งต้องติดตามว่าอัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงเหลือจะเป็นอย่างไรในครึ่งปีหลัง ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ 30 มิ.ย. 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 148,908 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนพัฒนาโครงการเพื่อขาย กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ 6,539 ล้านบาท เนื่องจากการลงทุนในโครงการใหม่ ขณะที่บริษัทมีเงินสดคงเหลือ 5,454 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 1.92 เท่า สรุปท้าย SIRI เผชิญความท้าทายจากยอดโอนแนวราบที่ชะลอตัวและต้นทุนการตลาดที่สูงขึ้นกดดันกำไรในไตรมาส 2/2569 แม้คอนโดมิเนียมจะเริ่มส่งสัญญาณบวก แต่ปัจจัยภายนอกเรื่องสินเชื่อและกำลังซื้อยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องจับตาในครึ่งปีหลัง โดยบริษัทต้องรักษาวินัยทางการเงินและเร่งระบายสต็อกเพื่อประคองอัตรากำไรท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังไม่เอื้ออำนวยนัก