Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin BH บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)

BH เผยกำไร Q2/2569 โต 1.7% รับอานิสงส์ผู้ป่วยต่างชาติหนุนรายได้พุ่ง

รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติเติบโตแข็งแกร่งชดเชยการชะลอตัวของลูกค้าในประเทศ พร้อมคุมต้นทุนดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 โดยมีกำไรสุทธิ 1,889 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 6,278 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% โดยได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่ขยายตัวได้ดีถึง 7.1% ซึ่งสามารถชดเชยการลดลงของรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยได้สำเร็จ สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าต่างชาติที่เป็นกลุ่มรายได้หลักของบริษัท Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของผลประกอบการในไตรมาสนี้ คือการเติบโตของรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะจากเมียนมา (+27.8%), สหรัฐอเมริกา (+19.2%) และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง (+7.1%) ซึ่งส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติขยับขึ้นมาอยู่ที่ 66.4% ของรายได้รวม เทียบกับ 64.4% ในปีก่อนหน้า ปัจจัยดังกล่าวเป็นผลจากการที่บริษัทสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูงเข้ามาใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารายได้จากผู้ป่วยชาวไทยจะปรับตัวลดลง 2.2% ก็ตาม ในด้านต้นทุน แม้ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลจะเพิ่มขึ้น 4.4% จากค่าธรรมเนียมแพทย์และต้นทุนสินค้า แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารให้คงที่ได้ ส่งผลให้ EBITDA ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.4% อยู่ที่ 2,599 ล้านบาท สำหรับแนวโน้มในรอบถัดไป มีโอกาสต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของฐานลูกค้าต่างชาติในตลาดหลัก อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงต้องติดตามปัจจัยด้านระยะเวลาการเก็บหนี้เฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นเป็น 78.1 วัน (จาก 60.5 วัน ณ สิ้นปี 2568) ซึ่งเป็นผลมาจากกลุ่มลูกค้าตะวันออกกลาง โดยบริษัทยังคงบริหารจัดการให้อยู่ภายใต้นโยบายการรับชำระหนี้ที่ 30-90 วัน Highlight สำคัญ รายได้รวม: 6,278 ล้านบาท (+2.9% YoY) กำไรสุทธิ: 1,889 ล้านบาท (+1.7% YoY) สัดส่วนรายได้ต่างชาติ: เพิ่มขึ้นเป็น 66.4% (จาก 64.4% ใน Q2/2568) EBITDA Margin: อยู่ที่ 41.4% ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 41.6% กำไรต่อหุ้น (EPS): 2.38 บาท เพิ่มขึ้นจาก 2.34 บาท ใน Q2/2568 ภาพรวมผลประกอบการ ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 มีรายได้รวม 12,532 ล้านบาท (+1.8% YoY) และกำไรสุทธิ 3,679 ล้านบาท (+2.4% YoY) โดยอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยเป็น 29.4% จาก 29.2% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพในภาพรวม โอกาส การเติบโตของกลุ่มผู้ป่วยจากเมียนมาและตะวันออกกลางยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนรายได้ นอกจากนี้ การที่บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและ EBITDA Margin ให้อยู่ในระดับสูงได้ต่อเนื่อง แสดงถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และอำนาจในการต่อรองราคา ความเสี่ยง ความเสี่ยงหลักที่ต้องจับตาคือระยะเวลาการเก็บหนี้เฉลี่ยที่ขยับสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อกระแสเงินสดหากระยะเวลาการชำระเงินของลูกค้ากลุ่มหลักยืดเยื้อเกินกว่านโยบายที่กำหนด รวมถึงความผันผวนของเศรษฐกิจในประเทศต้นทางของผู้ป่วยต่างชาติที่อาจส่งผลต่อปริมาณผู้ป่วยในอนาคต สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (DSO): ติดตามว่าจะขยับสูงขึ้นเกินกรอบ 90 วันหรือไม่ การฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยไทย: ว่าจะสามารถกลับมาเป็นบวกได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป ค่าใช้จ่ายการตลาด: เนื่องจากค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้น 12.7% ในไตรมาส 2 ต้องดูว่าจะส่งผลต่อมาร์จินในระยะยาวอย่างไร ความผันผวนของค่าเงินและเศรษฐกิจโลก: ซึ่งมีผลโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้ป่วยต่างชาติ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) รายได้จากกิจการโรงพยาบาลในไตรมาส 2 อยู่ที่ 6,231 ล้านบาท (+3.8% YoY) โดยมีต้นทุนกิจการโรงพยาบาล 2,988 ล้านบาท (+4.4% YoY) ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกับการเติบโตของรายได้ สะท้อนถึงการควบคุมต้นทุนที่ค่อนข้างคงที่ แม้จะมีค่าธรรมเนียมแพทย์และต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้นตามปริมาณการใช้บริการ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 3,907 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,951 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 2,549 ล้านบาท ทั้งนี้ ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 27,713 ล้านบาท หลักๆ เกิดจากการจ่ายเงินปันผล 7,161 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรก สรุปท้าย BH ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างมั่นคงในไตรมาส 2/2569 โดยมีรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก แม้จะมีความท้าทายเรื่องระยะเวลาการเก็บหนี้ที่ยาวขึ้น แต่ด้วยสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและกระแสเงินสดที่เพียงพอ ทำให้บริษัทมีความยืดหยุ่นในการดำเนินงานสูง นักลงทุนควรติดตามความสามารถในการบริหารจัดการลูกหนี้การค้าควบคู่ไปกับการรักษาฐานลูกค้าต่างชาติในระยะถัดไป