Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin SCC บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)

SCC กำไรสุทธิ Q2/2569 โตแรง 85% QoQ รับอานิสงส์ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีฟื้นตัว

ผลประกอบการฟื้นตัวเด่นจากธุรกิจเคมิคอลส์และเอสซีจีพี พร้อมเดินหน้าลดภาระหนี้สินอย่างต่อเนื่อง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2569 มีกำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 11,535 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้น 85% จากไตรมาสก่อน (QoQ) โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้น และผลประกอบการที่ดีขึ้นของธุรกิจในเครือ ทั้งนี้ เอสซีจียังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก พร้อมเดินหน้าลดภาระหนี้สินอย่างมีนัยสำคัญเพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงิน Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญของกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในไตรมาสนี้ คือ "ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ปรับตัวดีขึ้น" ของเอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) และผลประกอบการที่แข็งแกร่งขึ้นของเอสซีจีพี (SCGP) โดย Adjusted Cash EBITDA ของกลุ่มบริษัทรวมอยู่ที่ 27,984 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 87% QoQ 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น กลุ่มเคมิคอลส์: ได้รับอานิสงส์จากภาวะอุปทานปิโตรเคมีที่ตึงตัวในตลาดโลก เนื่องจากผู้ผลิตหลายรายหยุดเดินโรงงาน (Shutdown) และลดกำลังการผลิตจากการจัดหาวัตถุดิบที่จำกัด ส่งผลให้ส่วนต่างราคา (Spread) ของผลิตภัณฑ์หลักอย่าง PE และ PP ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้โรงงาน LSP ในเวียดนามและ ROC ในไทยจะมีการหยุดเดินเครื่องชั่วคราว แต่การบริหารจัดการพอร์ตผลิตภัณฑ์ HVA (High Value Added) และการปรับตัวอย่างทันท่วงทีช่วยประคองกำไรได้ กลุ่มเอสซีจีพี: ฟื้นตัวได้ดีโดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซียและเวียดนาม ประกอบกับมีเงินปันผลรับจากเงินลงทุนอื่นจำนวน 5,994 ล้านบาท เข้ามาช่วยเสริมกระแสเงินสด 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ยังต้องติดตามความผันผวน จากที่ระบุในเอกสาร เอสซีจีมีแผนเร่งดำเนินโครงการ LSPE เพื่อใช้ประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบก๊าซอีเทน และการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ HVA อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและวัตถุดิบ รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: 11,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85% QoQ Adjusted Cash EBITDA: 27,984 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87% QoQ การลดหนี้: หนี้สินสุทธิลดลงเหลือ 238,270 ล้านบาท (ลดลง 41,989 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568) ทำให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ลดลงมาอยู่ที่ 3.7 เท่า จาก 5.5 เท่าในไตรมาส 4/2568 รายการพิเศษ: มีการขายหุ้น PT Chandra Asri Pacific Tbk (CAP) จำนวน 14.86% มูลค่าประมาณ 24,900 ล้านบาท ซึ่งนำเงินไปใช้ลดภาระหนี้และลงทุนในโครงการ LSP Ethane เงินปันผล: อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 3.5 บาทต่อหุ้น (XD วันที่ 5 ส.ค. 2569) ภาพรวมผลประกอบการ รายได้จากการขายในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 136,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% QoQ จากราคาขายสินค้าปิโตรเคมีที่สูงขึ้น และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นของเอสซีจีพีและธุรกิจวัสดุก่อสร้าง แม้จะเผชิญกับปัจจัยฤดูกาลของสินค้าซีเมนต์และค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างธุรกิจเอสซีจี เดคคอร์ แต่ภาพรวมกำไรยังคงเติบโตแข็งแกร่ง โอกาส การขยายตลาดปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำในเวียดนามและภูมิภาคอาเซียน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วย AI และการบริหารเชื้อเพลิงผสม (RDF/ชีวมวล) เพื่อลดต้นทุนพลังงาน การเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ในเวียดนามและอินโดนีเซีย ความเสี่ยง ความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อุปสงค์ในกลุ่มที่อยู่อาศัยที่ยังคงชะลอตัวในประเทศไทย ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าโครงการ LSP Ethane ว่าจะเป็นไปตามกรอบเวลาและงบประมาณหรือไม่ การกลับมาเดินเครื่องโรงงาน ROC ในช่วงปลายไตรมาส 3/2569 ทิศทางส่วนต่างราคาปิโตรเคมีในครึ่งปีหลัง ความสำเร็จในการปรับโครงสร้างธุรกิจปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างภายใต้แนวคิด "One Face to the Customer" รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) ตลาดปูนซีเมนต์ในไทยทรงตัว โดยกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ขณะที่กลุ่มที่อยู่อาศัยลดลง 1% อย่างไรก็ตาม เอสซีจีได้ปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดมากขึ้น โดยเน้นการส่งออกปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำและการบริหารต้นทุนผ่านเชื้อเพลิงผสม เพื่อชดเชยต้นทุนถ่านหินที่สูงขึ้น ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจนด้วยกลยุทธ์การขายสินทรัพย์และการลดหนี้ อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 0.6 เท่า เงินสดและเงินสดภายใต้การบริหารอยู่ที่ 76,775 ล้านบาท สะท้อนถึงสภาพคล่องที่เพียงพอต่อการดำเนินงานและการลงทุนในอนาคต สรุปท้าย SCC ในไตรมาส 2/2569 แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการปรับตัวผ่านกลยุทธ์การบริหารพอร์ตธุรกิจและการลดภาระทางการเงินอย่างจริงจัง แม้กำไรจะได้รับแรงหนุนจากปัจจัยราคาปิโตรเคมีที่ฟื้นตัว แต่การมุ่งเน้นประสิทธิภาพการผลิตและการลดต้นทุนในระยะยาวจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลกต่อไป