2026-08-14T05:13:22+00:00 fin SCB บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) SCB กำไรสุทธิ Q2/2569 แตะ 11,117 ล้านบาท โต 9% QoQ รับรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากการลงทุนหนุน รายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากการลงทุนปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 2 ขณะที่ฝ่ายจัดการยังคงคุมเข้มวินัยด้านต้นทุนและคุณภาพสินทรัพย์ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยขาลง บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 11,117 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.0% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้นและกำไรจากการลงทุนและการค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) กำไรสุทธิปรับตัวลดลง 13.1% สะท้อนถึงความท้าทายจากสภาวะอัตราดอกเบี้ยขาลงและภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ซึ่งกลุ่ม SCB ยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการพอร์ตธุรกิจอย่างยืดหยุ่นเพื่อรักษาเสถียรภาพของผลประกอบการในระยะยาว Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจรอบนี้คือ "การฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงาน" กำไรสุทธิที่เติบโต 9.0% QoQ มีหัวใจสำคัญมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ (1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.0% QoQ จากการบริหารจัดการงบดุลเชิงรุก และ (2) รายได้จากการลงทุนและการค้าที่พุ่งสูงขึ้นถึง 349.1% QoQ จากกำไรในพอร์ตการลงทุนของธนาคารที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง 5.0% QoQ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น สาเหตุหลักเกิดจากการปรับตัวของกลยุทธ์การบริหารจัดการสินทรัพย์และหนี้สิน (ALM) ของธนาคารไทยพาณิชย์ (Gen 1) ที่สามารถบรรเทาผลกระทบจาก NIM ที่ถูกกดดันตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบายขาลง (ซึ่งทรงตัวอยู่ที่ 1.0%) นอกจากนี้ ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ยังคงเป็นฟันเฟืองหลักในการสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมที่แข็งแกร่ง แม้ในภาพรวมรายได้ค่าธรรมเนียมจะลดลงเล็กน้อยในไตรมาสนี้ แต่การผสานความร่วมมือในกลุ่ม (Group Wealth Synergy) ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ที่สำคัญ จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของรายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและฐานลูกค้าที่เติบโต แต่ในส่วนของรายได้จากการลงทุนและการค้าอาจมีความผันผวนตามสภาวะตลาดทุนที่คาดการณ์ได้ยาก ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการยังคงดำเนินนโยบายการเติบโตอย่างระมัดระวังและเลือกสรร (Selective Growth) โดยจะรอสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ก่อนพิจารณาปรับจังหวะการเติบโตของสินเชื่อให้เหมาะสม Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: 11,117 ล้านบาท (+9.0% QoQ, -13.1% YoY) NIM: อยู่ที่ 3.05% ในช่วงครึ่งปีแรก 2569 ยังอยู่ในกรอบเป้าหมายทั้งปีที่ 3.0-3.2% คุณภาพสินทรัพย์: NPL Ratio ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 3.17% (จาก 3.23% ในไตรมาสก่อน) Coverage Ratio: ยังคงแข็งแกร่งที่ 158.6% วินัยต้นทุน: อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost-to-Income Ratio) อยู่ที่ 41.3% สะท้อนการคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ภาพรวมผลประกอบการ รายได้จากการดำเนินงานรวมในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 41,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% QoQ แต่ลดลง 5.3% YoY โดยกลุ่มธุรกิจ Gen 1 (ธนาคาร) ยังคงเป็นสัดส่วนรายได้หลัก (79%) ตามด้วย Gen 2 (สินเชื่อดิจิทัล) ที่ 17% และ Gen 3 (แพลตฟอร์ม) ที่ 4% โอกาส การขยายตัวของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งผ่านการใช้ AI และเครื่องมือดิจิทัลขั้นสูง การต่อยอดขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีสู่ Virtual Bank (BankX) ในอนาคต การเติบโตของสินเชื่อดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์ม FINNIX (MONIX) ที่ยังคงโดดเด่น ความเสี่ยง ภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและกำลังซื้อที่เปราะบางกดดันคุณภาพสินเชื่อ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลงที่ยังคงกดดันส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ความผันผวนของตลาดการเงินและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อกำไรจากการลงทุน สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ทิศทางของ NIM ในช่วงครึ่งปีหลังว่าจะเคลื่อนไหวใกล้ระดับล่างของกรอบเป้าหมายหรือไม่ คุณภาพสินทรัพย์ของกลุ่มธุรกิจ Gen 2 (โดยเฉพาะ AutoX) ว่าจะสามารถพลิกฟื้นได้ตามแผนหรือไม่ การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต (Credit Cost) ที่ยังคงสูงกว่ากรอบเป้าหมายเล็กน้อย ความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมของ BankX รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่มธุรกิจการเงิน) Gen 1 (ธนาคาร): เน้นการบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่ออย่างระมัดระวัง โดย NPL Ratio ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 2.96% Gen 2 (สินเชื่อดิจิทัล): สินเชื่อรวมเติบโต 5% YoY จากการรับโอนพอร์ต Wealth Card แต่ Credit Cost เพิ่มขึ้นเป็น 8.5% จากผลกระทบของ AutoX Gen 3 (เทคโนโลยี): ยังคงเน้นการลงทุนใน AI และ Deep Tech ผ่าน SCB 10X โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ 520 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เงินกองทุนตามกฎหมายของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน SCBX อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 18.6% ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ทางการกำหนด สรุปท้าย SCB แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของโมเดลธุรกิจท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยกำไรที่เติบโต QoQ สะท้อนถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากการลงทุน แม้จะเผชิญแรงกดดันจาก NIM และคุณภาพสินทรัพย์ในกลุ่มสินเชื่อรายย่อย แต่ด้วยวินัยด้านต้นทุนและการตั้งสำรองที่รอบคอบ ทำให้กลุ่ม SCB ยังคงมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งเพื่อรองรับความผันผวนในครึ่งปีหลังของปี 2569