Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin SC บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

SC โชว์กำไร Q2/2569 โตกระโดด 59.44% รับอานิสงส์ยอดโอนคอนโดฯ ใหม่หนุนรายได้รวมพุ่ง

รายได้จากการขายโครงการแนวสูงดันผลงานไตรมาส 2 โดดเด่น ขณะที่ธุรกิจคลังสินค้าเริ่มสร้างกำไรต่อเนื่อง บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 667.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 7,023.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.54% ปัจจัยหลักมาจากการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียม "โค้บบ์ รัชดา-พระราม 9" ซึ่งช่วยชดเชยรายได้โครงการแนวราบที่ชะลอตัวลงในไตรมาสนี้ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของผลประกอบการในไตรมาส 2/2569 คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายโครงการแนวสูง ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 325.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 3,443.43 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียม "โค้บบ์ รัชดา-พระราม 9" ในระหว่างไตรมาส ซึ่งเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญที่ผลักดันรายได้รวมให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุที่ทำให้กำไรปรับตัวดีขึ้นเกิดจากกลไกการรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ที่เข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอในช่วงเวลาที่เหมาะสม ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 37.60% สอดคล้องกับทิศทางรายได้ แม้ว่ารายได้จากโครงการแนวราบจะปรับตัวลดลง 21.65% และมีผลขาดทุนจากส่วนแบ่งเงินลงทุนในการร่วมค้าจำนวน 32.36 ล้านบาท จากโครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง แต่ภาพรวมกำไรสุทธิยังคงเติบโตได้แข็งแกร่งจากการบริหารจัดการต้นทุนและรายได้ที่เพิ่มขึ้น สำหรับแนวโน้มในอนาคต การเติบโตจากโครงการคอนโดมิเนียมใหม่มีลักษณะเป็นรอบการรับรู้รายได้ตามการโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งมีโอกาสต่อเนื่องในไตรมาสถัดไปตามแผนการส่งมอบห้องชุด นอกจากนี้ ธุรกิจคลังสินค้าเริ่มส่งสัญญาณบวกด้วยการพลิกกลับมาสร้างกำไรให้กับบริษัทฯ ซึ่งเป็นปัจจัยที่น่าจับตาว่าจะช่วยสร้างกระแสรายได้ที่มั่นคงขึ้นในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามการฟื้นตัวของรายได้โครงการแนวราบและการบริหารจัดการพื้นที่สำนักงานให้เช่าที่อยู่ระหว่างการปรับปรุง Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 667.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.44% (YoY) รายได้รวม: ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 7,023.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.54% (YoY) โครงการแนวสูง: รายได้พุ่งขึ้น 325.05% (YoY) จากการเริ่มโอนโครงการ "โค้บบ์ รัชดา-พระราม 9" ธุรกิจคลังสินค้า: พื้นที่สร้างเสร็จรวม 175,000 ตร.ม. มีผู้เช่าเต็มแล้ว และเริ่มสร้างกำไรให้บริษัทฯ ฐานะการเงิน: อัตราหนี้สินรวมต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.47 เท่า และหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) อยู่ที่ 1.23 เท่า ภาพรวมผลประกอบการ รายได้จากการดำเนินงานรวมในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 7,023.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.54% (YoY) โดยรายได้จากการขายเป็นสัดส่วนหลักที่ 93.95% ของรายได้รวม กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 2,156.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.60% ตามทิศทางรายได้ที่ขยายตัว โอกาส การรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ที่เพิ่งเปิดโอน ธุรกิจคลังสินค้าที่มีอัตราการเช่าเต็มพื้นที่และเริ่มสร้างกำไร รายได้จากค่าที่ปรึกษาและการจัดการเติบโตขึ้น 55.95% (YoY) จากการรับบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้น ความเสี่ยง รายได้จากโครงการแนวราบในไตรมาสนี้ปรับตัวลดลง 21.65% (YoY) รายได้ค่าเช่าและบริการลดลง 6.09% (YoY) เนื่องจากการปรับปรุงพื้นที่สำนักงาน ผลขาดทุนจากส่วนแบ่งเงินลงทุนในการร่วมค้า (โครงการคอนโดมิเนียมระหว่างก่อสร้าง) สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความต่อเนื่องของการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมในไตรมาสถัดไป การฟื้นตัวของยอดขายและรายได้จากโครงการแนวราบ ความคืบหน้าการปรับปรุงพื้นที่สำนักงานให้เช่าว่าจะกลับมาสร้างรายได้ได้เมื่อใด การเติบโตของกำไรจากธุรกิจคลังสินค้าว่าจะช่วยชดเชยความผันผวนของธุรกิจอสังหาฯ ได้มากน้อยเพียงใด รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) บริษัทฯ มีโครงการรวม 90 โครงการ แบ่งเป็นบ้าน 79 โครงการ คอนโดมิเนียม 10 โครงการ และวิลล่าในภูเก็ต 1 โครงการ ธุรกิจสำนักงานให้เช่ามีอัตราการเช่าเฉลี่ย 95% ส่วนธุรกิจโรงแรม 3 แห่ง (545 ห้อง) มีอัตราเข้าพักเฉลี่ย 65% ด้านคลังสินค้ามีการขยายพื้นที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเพิ่มขึ้น 36,000 ตร.ม. รวมเป็น 175,000 ตร.ม. ซึ่งมีผู้เช่าเต็มพื้นที่แล้ว ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 62,295.54 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2568 เล็กน้อย หนี้สินรวมลดลงเหลือ 37,048.67 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้สถาบันการเงินและเจ้าหนี้การค้าจากการซื้อที่ดินและก่อสร้าง สะท้อนถึงการบริหารจัดการกระแสเงินสดเพื่อลดภาระหนี้สินอย่างต่อเนื่อง สรุปท้าย ผลประกอบการของ SC ในไตรมาส 2/2569 เติบโตอย่างโดดเด่นจากแรงหนุนของโครงการแนวสูงที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ แม้ธุรกิจแนวราบจะชะลอตัวลง แต่การบริหารจัดการหนี้สินที่ลดลงและรายได้จากธุรกิจใหม่ (คลังสินค้า) ที่เริ่มสร้างกำไร เป็นสัญญาณบวกต่อเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความสามารถในการรักษาระดับรายได้จากการขายในไตรมาสถัดไปท่ามกลางสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีความท้าทาย