2026-08-14T05:11:42+00:00 fin LHSC ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ LHSC โชว์กำไร Q2/2569 โตแกร่ง 13.70% รับอานิสงส์รายได้ค่าเช่าพุ่ง-ปรับขึ้นค่าเช่าตามสัญญา รายได้รวมแตะ 681 ล้านบาท หนุนโดยการฟื้นตัวของศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศก และการปรับขึ้นค่าเช่าช่วงต่อสัญญา ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ (LHSC) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 681.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ส่งผลให้กำไรสุทธิ (สินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงาน) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 292.19 ล้านบาท หรือเติบโต 13.70% YoY โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของจำนวนผู้เข้าใช้บริการศูนย์การค้าและการปรับขึ้นอัตราค่าเช่าพื้นที่ในโครงการเทอร์มินอล 21 อโศก Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของผลประกอบการที่เติบโตในไตรมาสนี้ คือการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานปกติของศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศก ที่ได้รับอานิสงส์จากจำนวนผู้เข้าใช้บริการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อน ประกอบกับการครบรอบต่อสัญญาเช่าพื้นที่ของผู้เช่ารายเดิมจำนวนมาก ซึ่งเปิดโอกาสให้กองทรัสต์สามารถปรับขึ้นอัตราค่าเช่าโดยรวมได้ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: รายได้เพิ่มจากฐานผู้เช่า: รายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 20.25 ล้านบาท มาจากการดำเนินงานปกติของร้านค้า การรับรู้รายได้จากผู้เช่ารายใหม่ และรายได้จากกิจกรรมส่งเสริมการขายและศูนย์อาหารที่คึกคักขึ้น การบริหารต้นทุน: แม้ค่าใช้จ่ายรวมจะเพิ่มขึ้น 9.56 ล้านบาท (2.63% YoY) จากค่าธรรมเนียมผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ที่ผันแปรตามผลประกอบการ แต่กองทรัสต์สามารถบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินได้ดีขึ้น โดยมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงจากการชำระคืนเงินต้นตามกำหนดจำนวน 75 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิขยายตัวได้มากกว่าอัตราการเติบโตของรายได้ จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: มีโอกาสต่อเนื่อง เนื่องจากแนวโน้มจำนวนผู้เข้าใช้บริการศูนย์การค้าที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงการฟื้นตัวของกำลังซื้อและการท่องเที่ยว นอกจากนี้ การปรับขึ้นค่าเช่าจากการต่อสัญญาเป็นปัจจัยที่ส่งผลบวกต่อรายได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจส่งผลต่อกิจกรรมการใช้จ่ายภายในศูนย์การค้าในไตรมาสถัดไป Highlight สำคัญ รายได้รวม: 681.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.25 ล้านบาท (+3.06% YoY) กำไรสุทธิ (สินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงาน): 292.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.22 ล้านบาท (+13.70% YoY) ปัจจัยหนุน: จำนวนผู้เข้าใช้บริการศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น และการปรับขึ้นค่าเช่าจากการต่อสัญญาเช่าพื้นที่โครงการเทอร์มินอล 21 อโศก ต้นทุนทางการเงิน: ลดลงจากการชำระคืนเงินต้นเงินกู้ยืมระยะยาวจำนวน 75 ล้านบาท ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ LHSC สะท้อนถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งทั้งในแง่รายได้และกำไรสุทธิ โดยการเติบโตของกำไรสุทธิที่สูงถึง 13.70% YoY แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการรายได้ที่เพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับการควบคุมค่าใช้จ่ายทางการเงินอย่างมีวินัย โอกาส การฟื้นตัวของจำนวนผู้เข้าใช้บริการศูนย์การค้าที่ยังคงมีทิศทางเป็นบวก การปรับขึ้นค่าเช่าพื้นที่ในโครงการเทอร์มินอล 21 อโศก ที่จะทยอยรับรู้รายได้จากการต่อสัญญาเช่าในรอบถัดไป การลดลงของภาระดอกเบี้ยจ่ายจากการทยอยชำระคืนเงินต้นอย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยง ความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจที่อาจกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค การแข่งขันในธุรกิจศูนย์การค้าที่อาจส่งผลต่ออัตราการเช่าพื้นที่ในอนาคต สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มจำนวนผู้เข้าใช้บริการศูนย์การค้าในไตรมาสถัดไป ความสามารถในการรักษาอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ให้คงอยู่ในระดับสูง การบริหารจัดการต้นทุนค่าธรรมเนียมผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ที่ผันแปรตามผลประกอบการ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) ในไตรมาสนี้ LHSC เน้นการสร้างรายได้จากกิจกรรมภายในศูนย์การค้า เช่น พื้นที่โปรโมชั่นและศูนย์อาหาร ซึ่งเป็นส่วนเสริมที่สำคัญนอกเหนือจากค่าเช่าพื้นที่ปกติ การที่กองทรัสต์สามารถปรับขึ้นค่าเช่าได้ในช่วงต่อสัญญา สะท้อนถึงศักยภาพของทำเลที่ตั้งโครงการเทอร์มินอล 21 อโศก ที่ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางหลักของผู้ใช้บริการ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด กองทรัสต์มีการบริหารจัดการหนี้สินอย่างต่อเนื่อง โดยมีการชำระคืนเงินต้นตามสัญญาเงินกู้ยืมระยะยาวจำนวน 75 ล้านบาท ซึ่งช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับฐานะทางการเงินของกองทรัสต์ในระยะยาว สรุปท้าย LHSC ปิดไตรมาส 2/2569 ด้วยผลงานที่โดดเด่นจากการฟื้นตัวของรายได้ค่าเช่าและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 13.70% YoY เป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของสินทรัพย์หลักอย่างเทอร์มินอล 21 อโศก แม้จะมีปัจจัยกดดันจากค่าธรรมเนียมที่ผันแปรตามรายได้ แต่การลดลงของภาระดอกเบี้ยจ่ายช่วยสนับสนุนให้กำไรสุทธิเติบโตได้อย่างมั่นคง นักลงทุนควรติดตามทิศทางกำลังซื้อและจำนวนผู้เข้าใช้บริการในไตรมาสถัดไปเป็นสำคัญ