Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin LH บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)

LH เผยกำไร Q2/2569 หดตัว 61.8% กดดันจากรายได้ขายอสังหาฯ ชะลอตัวตามภาวะตลาด

รายได้ธุรกิจอสังหาฯ ลดลงแรงสวนทางรายได้ค่าเช่าที่เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่บริษัทเร่งคุมค่าใช้จ่ายบริหารและดอกเบี้ยจ่ายเพื่อประคองผลประกอบการ บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 525.7 ล้านบาท ลดลง 61.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับผลกระทบหลักจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญตามภาวะตลาดที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ธุรกิจให้เช่าและบริการยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญด้วยการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของผลประกอบการรอบนี้คือ การหดตัวของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงถึง 41.1% YoY ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจขายที่ลดลงเหลือ 12.9% จากเดิม 25.3% ในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว ทำให้บริษัทต้องใช้กลยุทธ์โปรโมชั่นส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดโอนกรรมสิทธิ์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นของกลุ่มธุรกิจหลัก สาเหตุและกลไกการเปลี่ยนแปลง: รายได้จากการขาย: ปรับตัวลดลงเหลือ 2,401.8 ล้านบาท เนื่องจากสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว ทำให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ลดลงอย่างมาก อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): การแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดทำให้บริษัทต้องเร่งทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเพื่อระบายสต็อกและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ ส่งผลให้มาร์จินของธุรกิจขายลดลงถึง 12.4 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยชดเชย: ธุรกิจให้เช่าและบริการเติบโตโดดเด่น โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 16.1% และอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มนี้ปรับตัวดีขึ้นเป็น 33.6% (จาก 28.6% ในปีก่อน) รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น 130.7 ล้านบาท ช่วยบรรเทาผลกระทบจากการชะลอตัวของธุรกิจขายได้บางส่วน ความต่อเนื่อง: สถานการณ์รายได้จากการขายที่ลดลงและแรงกดดันด้านมาร์จินจากโปรโมชั่น มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น ตราบเท่าที่ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัวตามที่ฝ่ายจัดการระบุ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ค่าเช่าจากโรงแรมใหม่ที่เปิดให้บริการในปี 2568 (โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี และเพรสทีจ) จะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยประคองกระแสเงินสดและกำไรในระยะถัดไป Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ Q2/2569: อยู่ที่ 525.7 ล้านบาท ลดลง 61.8% YoY รายได้จากการขาย: ลดลง 41.1% เหลือ 2,401.8 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น (ธุรกิจขาย): ลดลงเหลือ 12.9% จาก 25.3% ในปีก่อนหน้า ธุรกิจให้เช่าและบริการ: รายได้โต 16.1% และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 33.6% การควบคุมต้นทุน: ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง 19.8% และค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 23.5% จากการชำระคืนเงินกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ภาพรวมผลประกอบการ รายได้รวมในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 4,441.5 ล้านบาท ลดลง 23.9% YoY โดยโครงสร้างรายได้เปลี่ยนไปสู่ธุรกิจให้เช่ามากขึ้น (คิดเป็น 45.9% ของรายได้รวม) แม้บริษัทจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและลดภาระดอกเบี้ยจ่ายได้สำเร็จ แต่ไม่สามารถชดเชยการลดลงของกำไรขั้นต้นจากธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์ได้ทั้งหมด โอกาส การเติบโตของรายได้ประจำ (Recurring Income): ธุรกิจโรงแรมและบริการมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากโรงแรมใหม่ที่เปิดให้บริการเต็มปี ประสิทธิภาพทางการเงิน: การลดลงของภาระดอกเบี้ยจ่ายจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินให้กับบริษัท ความเสี่ยง ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์: การชะลอตัวของกำลังซื้อและตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน การแข่งขันด้านราคา: ความจำเป็นในการทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเพื่อรักษายอดโอน ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ทิศทางของยอดโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสถัดไปว่าจะเริ่มฟื้นตัวหรือไม่ อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจขายว่าจะสามารถกลับมาฟื้นตัวได้เมื่อใด การเติบโตของรายได้จากธุรกิจโรงแรมและบริการว่าจะสามารถชดเชยส่วนแบ่งกำไรที่หายไปจากธุรกิจขายได้มากน้อยเพียงใด การบริหารจัดการสต็อกโครงการที่เหลือขายในภาวะตลาดชะลอตัว รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) สัดส่วนรายได้จากการขายบ้านในไตรมาส 2/2569 เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้จาก "บ้านเดี่ยว" ลดสัดส่วนลงเหลือ 81.1% (จาก 94.1% ในปีก่อน) ในขณะที่ "คอนโดมิเนียม" เพิ่มสัดส่วนขึ้นมาอยู่ที่ 14.2% (จาก 2.3% ในปีก่อน) สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การขายตามความต้องการของตลาดในปัจจุบัน ฐานะการเงินและกระแสเงินสด บริษัทมีการบริหารจัดการหนี้สินอย่างรัดกุม โดยค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 23.5% ในไตรมาส 2/2569 เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ซึ่งสะท้อนถึงการรักษาสภาพคล่องและการลดภาระหนี้สินที่มีประสิทธิภาพในภาวะที่รายได้หลักชะลอตัว สรุปท้าย ผลประกอบการของ LH ในไตรมาส 2/2569 สะท้อนถึงความท้าทายอย่างหนักในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่รายได้และมาร์จินลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถใช้ความแข็งแกร่งของธุรกิจให้เช่าและบริการ รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายบริหารและดอกเบี้ยจ่ายมาเป็นตัวช่วยประคองสถานการณ์ นักลงทุนควรติดตามการฟื้นตัวของยอดโอนกรรมสิทธิ์และแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสถัดไปเป็นสำคัญ