2026-08-14T05:11:01+00:00 fin ICHI บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ICHI เผยกำไร Q2/2569 แตะ 309 ล้านบาท รับแรงหนุนยอดขายในประเทศโตสวนทางรายได้ต่างประเทศที่หดตัว รายได้ในประเทศเติบโตจากกลุ่มสินค้า "อิชิตัน-เย็นเย็น" ชดเชยรายได้ส่งออกที่พลาดเป้า พร้อมรับอานิสงส์สิทธิประโยชน์ทางภาษี บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 โดยมีรายได้จากการขาย 2,146.6 ล้านบาท ลดลง 5.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 309.2 ล้านบาท ลดลง 24.1% จากปีก่อนหน้า ซึ่งมีปัจจัยสำคัญจากการขาดรายการกำไรพิเศษจากการขายที่ดินจำนวน 120 ล้านบาทที่เกิดขึ้นในไตรมาส 2/2568 โดยบริษัทฯ ยังคงรักษาการเติบโตของยอดขายในประเทศได้ดีผ่านกลุ่มสินค้าหลัก ท่ามกลางความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะสงคราม Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญคือการปรับตัวของรายได้ในประเทศที่เติบโต 6.6% จากกลุ่มสินค้า "อิชิตัน-เย็นเย็น" ซึ่งช่วยพยุงผลประกอบการหลัก ท่ามกลางแรงกดดันจากรายได้ต่างประเทศที่ลดลงถึง 80.7% และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น หัวใจคืออะไร: กำไรสุทธิที่ลดลง 98 ล้านบาท (หรือ 24.1% YoY) มีสาเหตุหลักมาจากฐานกำไรที่สูงในปีก่อนเนื่องจากมีรายการพิเศษ (One-time) คือการขายที่ดิน 120 ล้านบาท หากตัดรายการนี้ออก ผลการดำเนินงานจากการดำเนินงานปกติยังคงมีความแข็งแกร่งจากการเติบโตของยอดขายในประเทศ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: รายได้: ยอดขายในประเทศเติบโตได้ดีจากกลุ่มสินค้าหลัก แต่รายได้ต่างประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากการรับจ้างผลิต (OEM) ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และการสูญเสียรายได้จากประเทศกัมพูชา ต้นทุนและมาร์จิน: อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มขึ้นจาก 76.0% เป็น 76.5% เนื่องจากราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะสงคราม นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม รายการบวก: ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น 5.8 ล้านบาท จากความสำเร็จของสินค้าใหม่ "อิชิตัน เมลอน มิลค์" และการกระจายสินค้าที่ครอบคลุมมากขึ้น จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของรายได้ในประเทศ: การเติบโตของสินค้าหลักในประเทศเป็นปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ยังไม่ชัดเจนในส่วนของต่างประเทศ: รายได้จากการรับจ้างผลิต (OEM) และตลาดกัมพูชาเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามว่าจะสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่ ปัจจัยกดดันต้นทุน: ภาวะสงครามที่กระทบราคาวัตถุดิบเป็นปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะยืดเยื้อหรือไม่ Highlight สำคัญ รายได้จากการขาย: ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 2,146.6 ล้านบาท (-5.2% YoY) กำไรสุทธิ: อยู่ที่ 309.2 ล้านบาท (-24.1% YoY) โดยมีสาเหตุหลักจากการไม่มีกำไรพิเศษขายที่ดิน 120 ล้านบาทเหมือนปีก่อน ยอดขายในประเทศ: เติบโต 6.6% จากกลุ่มสินค้า "อิชิตัน-เย็นเย็น" ยอดขายต่างประเทศ: ลดลง 80.7% จากการพลาดเป้า OEM และการสูญเสียตลาดกัมพูชา อัตรากำไรขั้นต้น: ต้นทุนขายต่อรายได้อยู่ที่ 76.5% เพิ่มขึ้นจาก 76.0% ในปีก่อน เนื่องจากราคาวัตถุดิบสูงขึ้น กิจการร่วมค้า: รับรู้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น 5.8 ล้านบาท จากความสำเร็จในอินโดนีเซีย ภาพรวมผลประกอบการ รายได้รวม 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 4,075.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% YoY โดยได้แรงหนุนจากยอดขายในประเทศที่โต 11.0% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิ 6 เดือนอยู่ที่ 595.8 ล้านบาท ลดลง 8.7% YoY จากผลกระทบของรายการพิเศษในปีก่อนเช่นกัน โอกาส ความสำเร็จของสินค้าใหม่ในอินโดนีเซีย ("อิชิตัน เมลอน มิลค์") ช่วยสร้างรายได้ส่วนเพิ่มผ่านส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า การเติบโตที่แข็งแกร่งของสินค้ากลุ่ม "อิชิตัน-เย็นเย็น" ในตลาดในประเทศยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนรายได้ ความเสี่ยง ความผันผวนของราคาวัตถุดิบจากภาวะสงครามที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น ความไม่แน่นอนของรายได้ต่างประเทศ โดยเฉพาะการรับจ้างผลิต (OEM) และการสูญเสียตลาดกัมพูชา ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการส่งเสริมสังคมและค่าใช้จ่ายพนักงาน สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ การฟื้นตัวของรายได้จากต่างประเทศและแผนการชดเชยรายได้ที่หายไปจากกัมพูชา แนวโน้มราคาวัตถุดิบในตลาดโลกที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นภายใต้สภาวะต้นทุนที่สูงขึ้น การเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าในอินโดนีเซียในไตรมาสถัดไป รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) บริษัทฯ เผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นตามภาวะสงคราม ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ขยับขึ้นเป็น 76.5% ในไตรมาส 2/2569 นอกจากนี้ การบริหารจัดการช่องทางขายต่างประเทศมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะในส่วน OEM ที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม ซึ่งช่วยบรรเทาภาระภาษีเงินได้ลงอย่างมีนัยสำคัญ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ ยังคงอยู่ในระดับต่ำมาก (0.5 ล้านบาทในไตรมาส 2/2569) สะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่มั่นคงและภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่ำ สรุปท้าย ผลประกอบการของ ICHI ในไตรมาส 2/2569 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักในประเทศที่ยังคงเติบโตได้ดี แม้กำไรสุทธิจะดูอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อนเนื่องจากผลกระทบของรายการพิเศษ (ขายที่ดิน) และแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น รวมถึงความท้าทายในตลาดต่างประเทศ นักลงทุนควรจับตาความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและการฟื้นตัวของรายได้จากต่างประเทศในระยะถัดไปเป็นสำคัญ