2026-08-14T05:10:57+00:00 fin HFT บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) HFT กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่ง 86.80% รับอานิสงส์กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหนุนผลงาน รายได้จากการขายเติบโตต่อเนื่องพร้อมอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น แม้เผชิญปัจจัยกดดันจากภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ HFT รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 48.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 86.80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่พลิกฟื้นกลับมาเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทจะเริ่มมีภาระภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้นจากการสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษีบางส่วนก็ตาม Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ผลักดันให้กำไรสุทธิของ HFT ในไตรมาส 2/2569 เติบโตอย่างก้าวกระโดด คือการพลิกกลับมามีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและการบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น 1) หัวใจคืออะไร ปัจจัยหลักคือ "กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน" จำนวน 13.15 ล้านบาท ซึ่งพลิกฟื้นจากที่เคยขาดทุนถึง 29.24 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568 คิดเป็นการปรับตัวดีขึ้นสุทธิถึง 42.39 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถทำกำไรขั้นต้นได้ 98.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.84% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14.26% จากเดิม 12.85% 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การดำเนินงานปกติของบริษัทมีการเติบโตของรายได้จากการขายอยู่ที่ 693.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.47% YoY ในขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้ากว่าเพียง 1.79% สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อรวมกับปัจจัยด้านค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่ผันผวนในทิศทางที่เป็นบวกต่อบริษัท ทำให้กำไรสุทธิเติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม บริษัทมีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 15.63 ล้านบาท เนื่องจากสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีตามโครงการ BOI Solar rooftop ได้สิ้นสุดลงแล้ว 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ปัจจัยเรื่องกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนถือเป็น "ลักษณะครั้งคราว" เนื่องจากมีความผันผวนตามสภาวะตลาดเงินโลกและไม่สามารถควบคุมได้ ส่วนการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นั้น "มีโอกาสต่อเนื่อง" เนื่องจากเป็นผลจากการสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษีถาวร ดังนั้น ความสามารถในการทำกำไรในรอบถัดไปจะขึ้นอยู่กับการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานปกติเป็นสำคัญ Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: 48.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86.80% YoY รายได้จากการขาย: 693.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.47% YoY อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 14.26% (จาก 12.85% ในปีก่อน) กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน: พลิกเป็นบวก 13.15 ล้านบาท (เทียบกับขาดทุน 29.24 ล้านบาทในปีก่อน) ภาระภาษี: ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 15.63 ล้านบาท จากการสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ BOI ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2/2569 HFT มีการเติบโตของรายได้จากการขายเล็กน้อยที่ 3.47% YoY แต่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีกว่า ทำให้กำไรขั้นต้นเติบโตได้ถึง 14.84% เมื่อรวมกับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เข้ามาช่วยหนุน ทำให้กำไรสุทธิรวมปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีปัจจัยลบจากภาษีที่เพิ่มขึ้นมาหักล้างบางส่วน โอกาส การเติบโตของรายได้จากการขายที่ยังคงเป็นบวก สะท้อนถึงความต้องการสินค้าที่ยังคงมีอยู่ การบริหารจัดการต้นทุนขายที่ทำได้ดีกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ ช่วยขยายฐานกำไรขั้นต้นให้กว้างขึ้น ความเสี่ยง ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ภาระภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้นจากการสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งจะกดดันกำไรสุทธิในระยะยาว สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ให้คงอยู่ในระดับสูง ทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อาจส่งผลต่อกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาสถัดไป ผลกระทบเต็มปีของค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้นต่อกำไรสุทธิรวม รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) บริษัทมีการควบคุมต้นทุนขายได้ดี โดยต้นทุนขายเพิ่มขึ้นเพียง 1.79% ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 3.47% สะท้อนถึงประสิทธิภาพการผลิต (Utilization) ที่อาจดีขึ้นหรือการบริหารจัดการวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม รายการกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตัวเลขกำไรสุทธิโดดเด่นกว่าการเติบโตของรายได้ปกติ สรุปท้าย ผลประกอบการ Q2/2569 ของ HFT สะท้อนถึงการเติบโตจากการดำเนินงานปกติที่แข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย ควบคู่ไปกับอานิสงส์จากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่พลิกฟื้น แม้บริษัทจะเผชิญกับความท้าทายจากภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นจากการสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ BOI แต่ด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นเป็น 14.26% แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่ยังคงมีเสถียรภาพ นักลงทุนควรติดตามความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางความผันผวนของค่าเงินและภาระภาษีที่สูงขึ้นในอนาคต