2026-08-14T05:09:49+00:00 fin BEYOND บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) BEYOND เผยผลงาน Q2/2569 รายได้โรงแรมโต 14% หนุน EBITDA พุ่ง 56% แม้เป็นช่วงโลว์ซีซั่น BEYOND: ขาดทุนสุทธิลดลงใน Q2/2569 พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจโรงแรมและไลฟ์สไตล์ 1. Highlights บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจโรงแรม การบริการ และไลฟ์สไตล์ที่มีความโดดเด่นและแตกต่าง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและคุ้มค่าให้กับลูกค้า รวมถึงสร้างผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนเพื่อความยั่งยืนและเติบโตในระยะยาว [พูด] การเปิดดำเนินการร้านอาหารในโมนาโกและลอนดอน รวมถึงการเปิดโรงแรม KAIA Koh Phangan และร้านอาหาร The Moken Club ที่เกาะพะงัน ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายพอร์ตธุรกิจและต่อยอดความสามารถของ BEYOND ในการพัฒนาแบรนด์และประสบการณ์ให้กับลูกค้า [พูด] บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเติบโตของรายได้ส่งผลไปสู่การเติบโตของกำไรในอัตราที่มากกว่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการเติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว [พูด] สถานะทางการเงินของบริษัทดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 0.82 เท่า ณ สิ้นปี 2568 มาอยู่ที่ 0.73 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 1.05 เท่า มาอยู่ที่ 0.94 เท่า ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินและรองรับการเติบโตในอนาคต [สไลด์] [พูด] บริษัทได้รับการจัดอันดับเป็น World's Growth Leaders 2026 จาก TIME และ Statista ซึ่งเป็นหนึ่งใน 17 บริษัทจากประเทศไทยที่ได้รับการคัดเลือก สะท้อนถึงศักยภาพในการเติบโตของบริษัท [สไลด์] 2. Hero Story บริษัทประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในการได้รับรางวัลระดับโลกสำหรับโรงแรมในเครือ โดยโรงแรม Four Seasons Bangkok และ Capella Bangkok ได้รับรางวัล Condé Nast Traveler's Triple Crown Awards 2026 ซึ่งประกอบด้วย Hot List, Gold List และ Readers' Choice Awards [สไลด์] นอกจากนี้ โรงแรมทั้งสองแห่งยังได้รับรางวัลจาก Travel+Leisure Southeast Asia Luxury Awards 2026 ในหลายสาขา รวมถึง Best City Hotel, Best Hotel Spa, Best Hotel Pool และ Hotel General Manager [สไลด์] ความสำเร็จนี้ยังรวมถึง Bangkok Social Club ที่ Four Seasons ซึ่งติดอันดับ Asia's 50 Best Bars ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ตั้งแต่ปี 2565 [สไลด์] ผู้บริหารเน้นย้ำว่าความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนถึงความสามารถในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า และการรักษามาตรฐานของแบรนด์ระดับท็อปของโลก ซึ่งเป็นฐานสำคัญของผลตอบแทนของพอร์ตโฟลิโอในอีก 4-5 ปีข้างหน้า [พูด] 3. Outlook เป้าหมาย EBITDA: บริษัทตั้งเป้า EBITDA รวม 1,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 [สไลด์] เป้าหมายยอดขายรวม: บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวม 3,600 ล้านบาท สำหรับปี 2569 [สไลด์] การขยายธุรกิจ: * มีแผนเปิดโรงแรม KAIA Koh Phangan ในไตรมาส 4/2569 [สไลด์] * มีแผนเปิดร้านอาหาร The Moken Club ที่ KAIA Koh Phangan ในไตรมาส 4/2569 [สไลด์] * มีร้านอาหาร 2 แห่งในโมนาโกและลอนดอนที่เปิดดำเนินการแล้วและอยู่ในช่วง ramp-up [สไลด์] กลยุทธ์: * ปรับกลยุทธ์การตลาดและการบริหารรายได้ให้เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มลูกค้า [สไลด์] * เพิ่มความสามารถในการทำกำไรและบริหารต้นทุน [สไลด์] * รักษาวินัยทางการเงิน [สไลด์] * มุ่งเน้นการสร้างผลการดำเนินงานที่มีคุณภาพ ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจ [สไลด์] การท่องเที่ยว: คาดว่าครึ่งปีหลังของปี 2569 จะยังมีความท้าทายในภาพรวมของการท่องเที่ยว แต่บริษัทจะยังคงรักษาจุดแข็งในตลาดโรงแรมระดับ Ultra-Luxury และปรับกลยุทธ์เพื่อดึง market share เพิ่มเติม [สไลด์] 4. ความเสี่ยง ภาพรวมการท่องเที่ยวในครึ่งปีแรกของปี 2569 ยังมีความท้าทาย โดยจำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศไทยยังลดลง 4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของธุรกิจโรงแรม [สไลด์] สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical) ยังคงเป็นความท้าทายที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและการดำเนินธุรกิจโดยรวม [สไลด์] 5. Q&A Highlights คำถาม (29:54): รายได้ของโรงแรมที่เติบโตดีใน Q1 และ Q2 คาดว่าจะรักษาระดับการเติบโตนี้ได้ในครึ่งปีหลังหรือไม่? * คำตอบ: ครึ่งปีแรกตลาดมีความท้าทายจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ครึ่งปีหลังก็ยังมีความท้าทายอยู่ อย่างไรก็ตาม จากความเข้าใจสถานการณ์ การปรับตัว ปรับกลยุทธ์ และการสร้างรายได้ รวมถึงการบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ เรามองว่าเราได้ฐานที่ดีใน Q1 และ Q2 และต่อเนื่องไปถึง Q3 และ Q4 หากดู forward booking ก็ยังมั่นใจว่าครึ่งปีหลังจะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โมเมนตัมของโรงแรมทั้งสองแห่งยังถือว่าดี [พูด] คำถาม (31:10): บริษัทมีเป้าหมายด้าน D/E ratio ในระยะต่อไปอย่างไร และมีการบริหารจัดการภาระหนี้กับการขยายงานอย่างไร? * คำตอบ: บริษัทเป็นบริษัทลงทุน เพื่อการเติบโตและผลตอบแทนในระยะยาว จึงต้องมีการวางแผนการลงทุนขยายงานเพิ่มเติมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาศักยภาพของทรัพย์สินปัจจุบัน (2 โรงแรม) ที่ต้องลงทุนเพิ่ม รวมถึงการขยายงานในโครงการหรือทรัพย์สินอื่นๆ เพิ่มเติม บริษัทมีกรอบ Financial Discipline ที่วางไว้ โดยมีการควบคุมระดับ D/E ratio และ Debt Service Coverage Ratio เพื่อให้สามารถบริหารจัดการภาระต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการขยายงาน การอนุมัติโครงการขยายงานจะทำได้ต่อเมื่อโครงการนั้นๆ สามารถเลี้ยงตัวเองได้ คือมี cash flow เพียงพอที่จะเลี้ยงตัวเองได้ และ service debt ของตัวเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาบริษัทแม่ และยังทำให้ผลตอบแทนโดยรวม (ROIC หรือ ROCE) ของบริษัทดีขึ้นและยั่งยืน นี่คือเกณฑ์ในการลงทุน [พูด] คำถาม (31:38): บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาโอกาสการลงทุนใหม่เพิ่มเติมหรือไม่? * คำตอบ: บริษัทมีการวางแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว 5 ปี 10 ปี อยู่แล้ว และมีการทบทวนแผนยุทธศาสตร์เป็นประจำ กรอบของการพิจารณาการลงทุนใหม่จะเน้นโครงการที่ตอบสนองต่อ Mega Trend ซึ่งคือเทรนด์ที่สะท้อนพฤติกรรมของลูกค้าหรือบริบทอื่นๆ โดยภาพรวมที่จะเป็นโอกาสทางธุรกิจ และต้องมั่นใจว่าโครงการที่ลงทุนจะเป็น Product Market Fit เพราะการลงทุนในธุรกิจของเราเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต ไม่ใช่การลงทุนครั้งเดียวแล้วจบไป นอกจากนี้ การลงทุนจะต้องมีการศึกษาอย่างเข้มข้นและกลั่นกรองจากคณะกรรมการทุกขั้นตอน ก่อนที่จะออกมาเป็นแผนการลงทุน และหากเป็นการลงทุนที่มีนัยสำคัญถึงระดับที่ต้องขออนุมัติผู้ถือหุ้น ก็จะขอให้ผู้ถือหุ้นเป็นผู้พิจารณา [พูด]