Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin BAY ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

BAY กำไรสุทธิ Q2/2569 ทรงตัวที่ 8,294 ล้านบาท รับรายได้ดอกเบี้ยสุทธิหนุนจากพอร์ตสินเชื่ออาเซียนและ TIDLOR

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโตแข็งแกร่งชดเชยรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่อ่อนตัวลง ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุนทางการเงินเชิงรุกท่ามกลางวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 8,294 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่แข็งแกร่งจากพอร์ตสินเชื่อที่ให้อัตราผลตอบแทนสูง ทั้งจากการรวมงบการเงินของ TIDLOR และการขยายตัวของสินเชื่อในภูมิภาคอาเซียน ประกอบกับการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิปรับตัวลดลง 3.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่อ่อนตัวลงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น โดยธนาคารยังคงดำเนินกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงอย่างระมัดระวังและรัดกุมเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของผลประกอบการรอบนี้คือ "ความสามารถในการรักษา NIM ให้เติบโต" ผ่านการบริหารต้นทุนทางการเงินเชิงรุกและการปรับพอร์ตสินเชื่อไปสู่กลุ่มที่ให้ผลตอบแทนสูง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII): เติบโตแข็งแกร่ง 10.9% YoY จากการรวมงบการเงินของ TIDLOR และการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่ออาเซียน ซึ่งเป็นสินเชื่อที่ให้อัตราผลตอบแทนสูง (High Yield) ช่วยชดเชยแรงกดดันจากวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงได้ การบริหารต้นทุนทางการเงิน: ธนาคารประสบความสำเร็จในการลดต้นทุนเงินรับฝากอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการลดเงินรับฝากประจำที่มีต้นทุนสูงและเพิ่มสัดส่วน CASA (เงินฝากออมทรัพย์และจ่ายคืนเมื่อทวงถาม) ขึ้นมาอยู่ที่ 61.3% ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 4.65% ในไตรมาสนี้ ปัจจัยกดดัน: รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอ่อนตัวลง QoQ จากฐานที่สูงของหนี้สูญรับคืนในไตรมาส 1/2569 (โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”) และกำไรจากเงินลงทุนที่ลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีและการขยายธุรกิจ จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของการบริหารต้นทุนทางการเงินและการเติบโตของสินเชื่ออาเซียน เนื่องจากเป็นยุทธศาสตร์หลักของธนาคาร อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยและผลขาดทุนด้านเครดิตยังคงมีความผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวและหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งธนาคารได้เตรียมความพร้อมด้วยการตั้งสำรองส่วนเพิ่ม (Management Overlays) เพื่อรองรับความเสี่ยงไว้แล้ว Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: 8,294 ล้านบาท ทรงตัว YoY แต่ลดลง 3.8% QoQ NIM: ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 4.65% จาก 4.61% ในไตรมาสก่อนหน้า สินเชื่อรวม: 1,936,689 ล้านบาท เติบโต 0.4% YTD (หากไม่รวมผลกระทบจากการเปลี่ยนสถานะ HCID จะเติบโต 0.8%) คุณภาพสินทรัพย์: อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 3.08% จาก 3.26% ณ สิ้นปี 2568 จากการขายสินเชื่อด้อยคุณภาพออกไป 3,653 ล้านบาท Coverage Ratio: แข็งแกร่งขึ้นที่ 137.9% สะท้อนการตั้งสำรองที่รัดกุม ภาพรวมผลประกอบการ รายได้จากการดำเนินงานรวมในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 42,143 ล้านบาท ลดลง 1.7% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 11.4% YoY โดยกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 22,802 ล้านบาท แม้จะเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการรวมธุรกิจและลงทุนด้านดิจิทัล แต่ธนาคารยังสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดี โอกาส สินเชื่ออาเซียน: ยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ดี (เติบโต 5.1% ในครึ่งปีแรก) ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างผลตอบแทนสูง ธุรกิจขนาดใหญ่: สินเชื่อกลุ่มบรรษัทไทยและข้ามชาติเติบโตแข็งแกร่ง 10.8% จากความต้องการลงทุนในห่วงโซ่อุปทาน AI และอิเล็กทรอนิกส์ การบริหารงบดุล: การเพิ่มสัดส่วน CASA ช่วยลดต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพในภาวะดอกเบี้ยขาลง ความเสี่ยง เศรษฐกิจไทย: การชะลอตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อภาคครัวเรือนที่เปราะบางจากราคาพลังงานและหนี้ครัวเรือนสูง ความผันผวนภายนอก: ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและนโยบายภาษีการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจกระทบต่อต้นทุนการผลิตและการส่งออก คุณภาพสินทรัพย์: แม้ NPL จะลดลง แต่ความเสี่ยงจากกลุ่ม SMEs และสินเชื่อรายย่อยยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามใกล้ชิด สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ทิศทาง NPL: การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ในกลุ่มสินเชื่อรายย่อยและ SMEs การตั้งสำรอง: ระดับการตั้งสำรองส่วนเพิ่ม (Management Overlays) ในไตรมาสถัดไปตามสถานการณ์เศรษฐกิจ การรวมธุรกิจ: ความคืบหน้าในการเข้าซื้อพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ของ CIMB Thai ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4/2569 นโยบายการเงิน: การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ NIM ของธนาคาร รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน) ธนาคารเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพในกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และอาเซียน โดยมีอัตราผลตอบแทนจากการให้สินเชื่อ (Yield on Loans) อยู่ที่ 7.18% ในไตรมาส 2/2569 ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลงเหลือ 1.56% สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงสร้างเงินฝากที่โดดเด่น สรุปท้าย BAY สามารถประคองผลกำไรให้ทรงตัวได้ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยมีจุดแข็งอยู่ที่การบริหาร NIM ให้ขยายตัวผ่านการลดต้นทุนทางการเงินและการรุกตลาดอาเซียน แม้จะมีแรงกดดันจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ชะลอตัวและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ แต่ด้วยระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง (CAR 20.20%) และการตั้งสำรองที่รัดกุม ทำให้ธนาคารมีความพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยงในครึ่งปีหลังของปี 2569