2026-08-14T05:09:34+00:00 fin AP บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) AP โชว์กำไร Q2/2569 แตะ 1,063 ล้านบาท รับอานิสงส์ยอดโอนแนวราบ-คอนโดพุ่ง รายได้รวมโต 8.4% YoY หนุนโดยการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ พร้อมรักษาฐานะการเงินแข็งแกร่งด้วย D/E Ratio ที่ 0.66 เท่า บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) หรือ AP เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 10,777 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,063 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% และ 5.7% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวราบที่ทำผลงานได้โดดเด่น และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มคอนโดมิเนียม ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการและต้นทุนที่มีประสิทธิภาพท่ามกลางสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของกำไรในไตรมาสนี้ คือการเติบโตของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ทั้งในกลุ่มแนวราบและคอนโดมิเนียม ควบคู่ไปกับการบริหารอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวดีขึ้นและการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) อย่างรัดกุม 1) หัวใจคืออะไร รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 10,506 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้แนวราบที่สูงถึง 9,509 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 3.3% YoY และ 12.0% QoQ) และการเติบโตอย่างโดดเด่นของรายได้คอนโดมิเนียมที่พุ่งขึ้นถึง 114.8% YoY มาอยู่ที่ 879 ล้านบาท นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นรวมยังปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 30.9% จาก 29.6% ในไตรมาสก่อนหน้า 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น กลุ่มแนวราบ: ได้รับอานิสงส์จากยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ที่แข็งแกร่งและการเปิดตัวโครงการใหม่ 11 โครงการ ซึ่งมียอดขายเฉลี่ย 29.4% ทำให้สามารถเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ทันทีภายในไตรมาสถึง 785 ล้านบาท กลุ่มคอนโดมิเนียม: เป็นการรับรู้รายได้ต่อเนื่องจาก 2 โครงการใหม่ที่เปิดโอนตั้งแต่ไตรมาสก่อน ได้แก่ Aspire รัตนาธิเบศร์ 93 (ยอดโอนสะสม 58.1%) และ Itsaraphap Station (ยอดโอนสะสม 47.0%) ซึ่งช่วยผลักดันรายได้ในส่วนนี้อย่างมีนัยสำคัญ การบริหารต้นทุน: บริษัทสามารถลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ลงเหลือ 17.5% (ลดลง 1.0% YoY) สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานแม้จะมีการลงทุนในโครงการร่วมทุน 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของการรับรู้รายได้จาก Backlog ของโครงการคอนโดมิเนียมที่ยังมียอดโอนสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และโครงการแนวราบที่ยังคงมีการเปิดตัวใหม่เพื่อรักษาระดับรายได้ อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการร่วมทุนในไตรมาสนี้ลดลง 83.9% YoY เหลือ 14 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามความคืบหน้าในการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการร่วมทุนเดิมในไตรมาสถัดไป Highlight สำคัญ รายได้รวม: 10,777 ล้านบาท (+8.4% YoY) กำไรสุทธิ: 1,063 ล้านบาท (+5.7% YoY) อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 30.9% (จาก 29.6% ในไตรมาสก่อน) รายได้คอนโดมิเนียม: เติบโตโดดเด่น 114.8% YoY และ 30.9% QoQ ประสิทธิภาพการบริหาร: สัดส่วน SG&A ต่อรายได้ลดลงเหลือ 17.5% สะท้อนการคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ภาพรวมผลประกอบการ บริษัทมีรายได้จากการขาย 10,506 ล้านบาท และรายได้ค่าบริการ 270 ล้านบาท โดยภาพรวมผลประกอบการเติบโตทั้งรายได้และกำไรเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะการฟื้นตัวของกลุ่มคอนโดมิเนียมและการเติบโตที่มั่นคงของแนวราบ โอกาส การเปิดตัวโครงการแนวราบใหม่ 11 โครงการในไตรมาสนี้ ช่วยเติมพอร์ตสินค้าที่พร้อมโอน ยอดโอนสะสมของโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า ความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย SG&A ที่มีประสิทธิภาพช่วยรักษาอัตรากำไรสุทธิ ความเสี่ยง ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (ลดลง 83.9% YoY) ความผันผวนของยอดโอนในโครงการร่วมทุนที่อาจส่งผลต่อกำไรในภาพรวม สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการร่วมทุน (เช่น Life พหลฯ-ลาดพร้าว) การรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ให้คงระดับเหนือ 30% ในไตรมาสถัดไป ยอดขายจากโครงการแนวราบใหม่ที่เปิดตัวในไตรมาส 2 ว่าจะสามารถเร่งยอดโอนได้ตามเป้าหรือไม่ การบริหารจัดการหนี้สินสุทธิต่อทุน (D/E) ให้คงความแข็งแกร่งที่ระดับ 0.66 เท่า รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) บริษัทเน้นการเติบโตผ่านการโอนกรรมสิทธิ์แนวราบเป็นหลัก (9,509 ล้านบาท) โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 29.3% ในขณะที่ธุรกิจบริการมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 85.5% ซึ่งช่วยสนับสนุนกำไรโดยรวม ฐานะการเงินและกระแสเงินสด บริษัทรักษาฐานะการเงินได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E Ratio) อยู่ที่ 0.66 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับที่ปลอดภัยสำหรับการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในสภาวะปัจจุบัน สรุปท้าย AP ปิดไตรมาส 2/2569 ด้วยผลประกอบการที่เติบโตอย่างมั่นคง ทั้งในด้านรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากยอดโอนแนวราบที่แข็งแกร่งและการเติบโตของคอนโดมิเนียม แม้จะมีแรงกดดันจากส่วนแบ่งกำไรโครงการร่วมทุนที่ลดลง แต่ด้วยการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้บริษัทมีแนวโน้มการเติบโตที่ยังคงต้องติดตามความคืบหน้าของโครงการร่วมทุนและยอดโอนในครึ่งปีหลังเป็นสำคัญ