2026-08-13T22:38:45+00:00 fin KPNREIT KPNREIT Q2/2569 กำไรสุทธิฟื้นตัวหลังหักรายการพิเศษ ฝ่ายจัดการเดินหน้าลงทุนสินทรัพย์ใหม่ รายได้ค่าเช่าเติบโตต่อเนื่อง รับอานิสงส์การต่อสัญญาและผู้เช่ารายใหม่ ขณะที่การลงทุนใน Self-Storage เริ่มสร้างรายได้เสริม บริษัท KPNREIT (KPNREIT) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 1.36 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 10.34 ล้านบาทในปีก่อนหน้า แม้รายได้รวมจะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่รายได้หลักจากค่าเช่าและบริการยังคงเติบโตได้ดี โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนในสินทรัพย์ใหม่และการบริหารจัดการสัญญาเช่าที่มีประสิทธิภาพ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ KPNREIT ในไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไร คือ การกลับมามีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 1.36 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 10.34 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจาก การไม่มีรายการค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (One-time expenses) ในไตรมาสนี้ ซึ่งแตกต่างจากปีก่อนที่มีค่าใช้จ่ายซ่อมแซมอาคารจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และไตรมาสก่อนหน้าที่มีการรับรู้เงินชดเชยสินไหมทดแทนจากการหยุดชะงักของธุรกิจ นอกจากนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ใหม่คือโครงการไอ สโตร์ เซลฟ์ สตอเรจ สุขุมวิท 71 เริ่มสร้างรายได้เข้ามาเสริม 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ในไตรมาส 2 ปี 2569 กองทรัสต์ไม่มีรายการค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรเหมือนในอดีต โดยค่าใช้จ่ายซ่อมแซมและบำรุงรักษาตามรอบการบำรุงรักษารายปีของอาคาร KPN Tower อยู่ในระดับปกติที่ 12.95 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีค่าใช้จ่ายซ่อมแซมอาคารจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว นอกจากนี้ ยังมีต้นทุนทางการเงินจากการกู้ยืมเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการยกเลิกสัญญาเช่าของผู้เช่ารายหนึ่ง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันผลกำไรในไตรมาสนี้ ในส่วนของรายได้ ค่าเช่าและบริการอยู่ที่ 20.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.49% จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการปรับเพิ่มอัตราค่าเช่าสำหรับผู้เช่าเดิมที่ต่อสัญญา และการเพิ่มขึ้นของผู้เช่ารายใหม่ ซึ่งเป็นผลจากความคืบหน้าของโครงการปรับปรุงอาคาร นอกจากนี้ การลงทุนในโครงการไอ สโตร์ เซลฟ์ สตอเรจ สุขุมวิท 71 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เริ่มรับรู้รายได้จากค่าเช่าคงที่ 0.36 ล้านบาท 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของรายได้ค่าเช่าและบริการที่คาดว่าจะเติบโตได้ต่อเนื่อง จากการบริหารจัดการสัญญาเช่าที่มีประสิทธิภาพ การปรับปรุงอาคารที่แล้วเสร็จ และการเพิ่มขึ้นของผู้เช่ารายใหม่ ส่วนการลงทุนในโครงการไอ สโตร์ เซลฟ์ สตอเรจ สุขุมวิท 71 จะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทน อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายซ่อมแซมบำรุงรักษา และการบริหารจัดการหนี้สินจากการกู้ยืมเพื่อลงทุน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด Highlight สำคัญ กำไรจากการลงทุนสุทธิพลิกบวก: KPNREIT มีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 1.36 ล้านบาทในไตรมาส 2/2569 พลิกจากขาดทุน 10.34 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการไม่มีรายการค่าใช้จ่ายพิเศษ รายได้ค่าเช่าและบริการเติบโต: รายได้ค่าเช่าและบริการอยู่ที่ 20.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.49% YoY จากการต่อสัญญาและผู้เช่ารายใหม่ ลงทุนสินทรัพย์ใหม่: เข้าลงทุนในโครงการไอ สโตร์ เซลฟ์ สตอเรจ สุขุมวิท 71 มูลค่า 60 ล้านบาท เพื่อขยายฐานรายได้และกระจายความเสี่ยง อัตราการเช่าปรับตัวดีขึ้น: อัตราการเช่าพื้นที่อยู่ที่ 47.1% เพิ่มขึ้นจาก 46.6% ในไตรมาสก่อนหน้า และอัตราค่าเช่าเฉลี่ยเพิ่มเป็น 432 บาท/ตร.ม. หนี้สินเพิ่มขึ้นจากการลงทุน: หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 274.70% QoQ เป็น 122.24 ล้านบาท จากการกู้ยืมเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ ภาพรวมผลประกอบการ KPNREIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 20.72 ล้านบาท ลดลง 16.90% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 38.18% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยรายได้ค่าเช่าและบริการอยู่ที่ 20.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.49% QoQ และ 35.49% YoY ขณะที่กำไรจากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 1.36 ล้านบาท ลดลง 84.59% QoQ แต่พลิกกลับมาเป็นบวกจากขาดทุน 10.34 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โอกาส การลงทุนในสินทรัพย์ใหม่: การเข้าลงทุนในโครงการไอ สโตร์ เซลฟ์ สตอเรจ สุขุมวิท 71 จะช่วยเพิ่มแหล่งรายได้และกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพิงอาคารสำนักงานเพียงอย่างเดียว การปรับปรุงอาคาร KPN Tower: ความคืบหน้าของโครงการปรับปรุงอาคารที่แล้วเสร็จกว่า 80% จะช่วยดึงดูดผู้เช่ารายใหม่และเพิ่มอัตราค่าเช่า การบริหารจัดการสัญญาเช่า: อัตราการต่อสัญญาของผู้เช่าเดิมที่สูงถึง 96.1% และการปรับเพิ่มอัตราค่าเช่าเฉลี่ยเป็น 432 บาท/ตร.ม. บ่งชี้ถึงความสามารถในการบริหารจัดการที่ดี ความเสี่ยง ภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น: การกู้ยืมเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ส่งผลให้หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน ผลขาดทุนด้านเครดิต: การรับรู้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากลูกหนี้ผู้เช่าที่เลิกประกอบกิจการ เป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม ความผันผวนของรายได้อื่น: รายได้อื่นลดลงอย่างมากในไตรมาสนี้ เนื่องจากไตรมาสก่อนหน้ามีรายการเงินชดเชยสินไหมทดแทนครั้งเดียว สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ผลการดำเนินงานของโครงการไอ สโตร์ เซลฟ์ สตอเรจ: การสร้างรายได้และผลตอบแทนจากสินทรัพย์ใหม่นี้จะเป็นอย่างไร การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน: กองทรัสต์จะสามารถบริหารจัดการภาระหนี้สินและต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด การปรับปรุงอาคาร KPN Tower: ความสำเร็จในการดึงดูดผู้เช่าใหม่และการปรับเพิ่มอัตราค่าเช่าหลังการปรับปรุง การบริหารจัดการหนี้เสีย: ความสามารถในการเรียกเก็บหนี้จากลูกหนี้เดิม หรือการตั้งสำรองหนี้สูญที่เหมาะสม รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทั่วไป (ไม่ระบุกลุ่ม)) รายได้: รายได้รวมในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 20.72 ล้านบาท ลดลง 16.90% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 38.18% YoY รายได้ค่าเช่าและบริการ 20.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.49% QoQ และ 35.49% YoY จากการปรับเพิ่มค่าเช่าและผู้เช่ารายใหม่ รายได้จากเงินลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ 0.36 ล้านบาท เป็นรายได้ใหม่จากการลงทุนในโครงการสุขุมวิท 71 รายได้อื่น 0.12 ล้านบาท ลดลง 97.63% QoQ เนื่องจากไตรมาสก่อนมีรายการชดเชยประกันภัยครั้งเดียว ค่าใช้จ่าย: ค่าใช้จ่ายรวม 19.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.16% QoQ และลดลง 23.59% YoY ต้นทุนค่าเช่าและบริการ 12.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.36% QoQ จากค่าซ่อมแซมบำรุงรักษาตามรอบ แต่ลดลง 37.84% YoY จากค่าซ่อมแซมอาคารจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปีก่อน มีต้นทุนทางการเงิน 0.37 ล้านบาท และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 0.76 ล้านบาท กำไร: กำไรจากการลงทุนสุทธิ 1.36 ล้านบาท ลดลง 84.59% QoQ จากรายการพิเศษในไตรมาสก่อน แต่พลิกกลับมาเป็นบวกจากขาดทุน 10.34 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 สินทรัพย์รวม 1,837.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.90% QoQ และ 7.65% YoY จากการลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ เงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ตามมูลค่ายุติธรรม 1,676.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการปรับปรุงอาคาร มีการบันทึกเงินลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ 98.04 ล้านบาท และเงินลงทุนในหลักทรัพย์ 32.25 ล้านบาท เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 95.21% QoQ เหลือ 3.63 ล้านบาท เนื่องจากใช้ไปกับการลงทุนในสินทรัพย์ใหม่และปรับปรุงอาคาร หนี้สินรวม 122.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 274.70% QoQ และ 291.82% YoY จากเงินกู้ยืม 41.89 ล้านบาท และหนี้สินตามสัญญาเช่า 35.65 ล้านบาท จากการลงทุนใหม่ เงินมัดจำรับจากผู้เช่าเพิ่มขึ้น 59.57% เป็น 30.46 ล้านบาท สินทรัพย์สุทธิ 1,715.36 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.22% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 2.36% YoY สินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย 9.5297 บาท ลดลงเล็กน้อยจาก 9.5511 บาทในไตรมาสก่อน สรุปท้าย KPNREIT ในไตรมาส 2 ปี 2569 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของผลกำไรจากการไม่มีรายการค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ประกอบกับการเติบโตของรายได้ค่าเช่าและบริการที่แข็งแกร่งจากการบริหารจัดการสัญญาเช่าที่ดีและการปรับปรุงอาคาร การลงทุนในสินทรัพย์ใหม่คือโครงการไอ สโตร์ เซลฟ์ สตอเรจ สุขุมวิท 71 ถือเป็นก้าวสำคัญในการกระจายความเสี่ยงและสร้างแหล่งรายได้ใหม่ แม้ว่าภาระหนี้สินจะเพิ่มขึ้นจากการลงทุน แต่หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและสร้างผลตอบแทนจากสินทรัพย์ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็มีโอกาสที่จะเห็นการเติบโตที่ต่อเนื่องในอนาคต