2026-08-13T20:40:23+00:00 fin TSR TSR สรุปผลประกอบการ Q2/2569 TSR กำไรสุทธิขาดทุนเพิ่มขึ้น YoY รับต้นทุนขายพุ่ง-ขาดทุนพิเศษฉุด TSR Q2/2569: ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 30.77% YoY โดยมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนขายที่สูงขึ้นและการบันทึกผลขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สิน ขณะที่รายได้จากการขายยังเติบโตเล็กน้อย Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TSR ในไตรมาส 2/2569 มีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของ "ต้นทุนขาย" และการบันทึก "ผลขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สิน" ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรโดยตรง 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักคือการที่ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 35.63% ในปีก่อน เป็น 45.41% ในไตรมาสนี้ ประกอบกับการมีรายการขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สินจำนวน 19.31 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 85.08 ล้านบาทใน Q2/2568 เป็น 111.20 ล้านบาทใน Q2/2569 หรือเพิ่มขึ้น 30.77% 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การที่สัดส่วนการขายสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ตู้หยอดเหรียญเพิ่มขึ้น ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าผลิตภัณฑ์เครื่องกรองน้ำ และการปรับตัวของราคาวัตถุดิบและต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน ส่วนผลขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สินเกิดจากการขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในระหว่างงวด ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งคราว 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ปัจจัยด้านต้นทุนขายที่สูงขึ้นจากการปรับส่วนผสมผลิตภัณฑ์และการปรับตัวของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม เนื่องจากขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและราคาน้ำมันในอนาคต ส่วนผลขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สิน ลักษณะครั้งคราว เนื่องจากเป็นการขายสินทรัพย์ที่มีอยู่แล้ว Highlight สำคัญ ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 30.77% YoY: กลุ่มบริษัทมีขาดทุนสุทธิ 111.20 ล้านบาทใน Q2/2569 เทียบกับขาดทุนสุทธิ 85.08 ล้านบาทใน Q2/2568 ต้นทุนขายพุ่ง 31.67%: ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 16.59 ล้านบาท เป็น 68.98 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจาก 35.63% เป็น 45.41% รายได้จากการขายเติบโต 3.31%: รายได้จากการขายอยู่ที่ 151.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.87 ล้านบาท จากการปรับโครงสร้างหน่วยงานขายและการใช้ CRM รายได้ดอกเบี้ยรับลดลง 30.41%: รายได้ดอกเบี้ยรับอยู่ที่ 24.94 ล้านบาท ลดลง 10.90 ล้านบาท จากการลดลงของลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อและลูกหนี้จากการให้สินเชื่อ ผลขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สิน 19.31 ล้านบาท: เกิดจากการขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในระหว่างงวด ผลขาดทุนด้านเครดิตลดลง 58.52%: การบริหารจัดการหนี้ที่ดีขึ้นส่งผลให้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 34.43 ล้านบาท ภาพรวมผลประกอบการ กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 181.93 ล้านบาท ลดลง 3.31% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยรับ 30.41% แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ 3.31% ก็ตาม ในขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 31.67% ทำให้ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังมีผลขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สิน 19.31 ล้านบาท ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิรวมเพิ่มขึ้นเป็น 111.20 ล้านบาท โอกาส การปรับโครงสร้างหน่วยงานขาย: การเปลี่ยนจากการขายตรงมาเป็นการขายผ่านช่องทางดิจิทัลออนไลน์และการใช้ CRM ส่งผลดีต่อการเติบโตของรายได้จากการขาย การบริหารจัดการหนี้: ประสิทธิภาพในการขายและการติดตามหนี้ที่ดีขึ้นช่วยลดผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น การเจรจาหาแหล่งเงินทุน: บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจในอนาคต ความเสี่ยง ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง: การปรับตัวของราคาน้ำมันส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและขนส่ง ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรในอนาคต การเปลี่ยนแปลงส่วนผสมผลิตภัณฑ์: การขายสินค้ากลุ่มตู้หยอดเหรียญที่มีสัดส่วนต้นทุนสูงขึ้น อาจส่งผลต่ออัตรากำไรโดยรวม คดีความกับผู้ถือหุ้นใหญ่เดิม: การฟ้องแย้งเกี่ยวกับเงินกู้ยืมจากผู้ถือหุ้นใหญ่เดิม (SABUY/WSOL) ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา อาจส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินและผลประกอบการหากมีคำตัดสินที่ไม่เป็นคุณ ความไม่แน่นอนทางภาษี: สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีลดลงเนื่องจากความไม่แน่นอนของกำไรทางภาษีในอนาคต สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ทิศทางราคาน้ำมันและวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการขายผลิตภัณฑ์ตู้หยอดเหรียญเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่น ความคืบหน้าของคดีความกับผู้ถือหุ้นใหญ่เดิม และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ความคืบหน้าในการหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการเติบโต รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทั่วไป (ไม่ระบุกลุ่ม)) รายได้: รายได้รวมลดลง 3.31% YoY เป็น 181.93 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 3.31% เป็น 151.89 ล้านบาท จากการปรับปรุงช่องทางการขายและการใช้ CRM ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยรับลดลง 30.41% เป็น 24.94 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อและลูกหนี้จากการให้สินเชื่อ ต้นทุนและค่าใช้จ่าย: ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 31.67% เป็น 68.98 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจาก 35.63% เป็น 45.41% โดยมีสาเหตุจากการขายสินค้ากลุ่มตู้หยอดเหรียญที่ต้นทุนสูงขึ้น และการปรับตัวของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 5.88% เป็น 66.70 ล้านบาท จากการบริหารค่าใช้จ่ายและยอดขายที่ลดลง ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.56% เป็น 63.24 ล้านบาท จากการตั้งสำรองทรัพย์สินรอการขาย ผลขาดทุน: ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 58.52% เป็น 24.41 ล้านบาท จากการเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามหนี้ แต่มีผลขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สิน 19.31 ล้านบาท ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิรวมเพิ่มขึ้น 30.77% เป็น 111.20 ล้านบาท ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,576.62 ล้านบาท ลดลง 12.22% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสด, ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ, สินค้าคงเหลือ, ทรัพย์สินรอการขาย, ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ รวมถึงสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,939.60 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 28.59 ล้านบาท โดยมีภาระหนี้เงินกู้ยืมจากผู้ถือหุ้นใหญ่เดิมจำนวนมากที่อยู่ระหว่างการฟ้องแย้ง ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ 362.98 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2568 เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงาน สรุปท้าย TSR ในไตรมาส 2/2569 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมผลิตภัณฑ์และต้นทุนวัตถุดิบ รวมถึงการบันทึกผลขาดทุนพิเศษจากการขายสินทรัพย์ แม้รายได้จากการขายจะเติบโตได้เล็กน้อยจากการปรับปรุงช่องทางขาย แต่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ทำให้ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น YoY อย่างไรก็ตาม การลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตเป็นสัญญาณบวกจากการบริหารจัดการหนี้ที่ดีขึ้น นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนและคดีความกับผู้ถือหุ้นใหญ่เดิม ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในอนาคต