2026-08-13T19:49:58+00:00 fin AMATA บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) AMATA สรุปผลประกอบการ Q2/2569 AMATA กำไรสุทธิพุ่งแรง Q2/2569 รับอานิสงส์โอนที่ดินนิคมฯ โตเด่น รายได้-กำไร AMATA Q2/2569 เติบโตโดดเด่น จากการโอนที่ดินนิคมฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กำไรขั้นต้นปรับดีขึ้น สะท้อนการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่น่าประทับใจ โดยมีรายได้รวม 4,068 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 71.25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,795 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 564.62% การเติบโตที่ก้าวกระโดดนี้เป็นผลมาจากปัจจัยหลักหลายประการที่ฝ่ายจัดการได้ชี้แจงไว้ในรายงานคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (MD&A) Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจกำไรของ AMATA ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AMATA ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การเพิ่มขึ้นอย่างมากของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสูงถึง 2,206 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 131.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 1,795 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 564.62% นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจหลักโดยรวมยังปรับตัวดีขึ้นจาก 41.16% ในปีก่อน เป็น 49.34% ในปีนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของกำไรที่สำคัญ 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์มาจาก ปริมาณการโอนที่ดินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในไตรมาส 2 ปี 2569 มีการโอนที่ดินรวม 288 ไร่ (ไทย 271 ไร่ และเวียดนาม 17 ไร่) เพิ่มขึ้นจาก 172 ไร่ ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยที่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น (จาก 46.87% เป็น 66.16%) มาจากการ โอนที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยที่ชลบุรีในเฟสที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี ประกอบกับการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นของนิคมอุตสาหกรรม ACHL ในประเทศเวียดนาม นอกจากนี้ การรับรู้ กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนใน Amata Service City Long Thanh 2 Company Limited (ASCLT2) จำนวน 366 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2569 ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเสริมให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่น 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก การโอนที่ดินที่เพิ่มขึ้นและการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นเป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม การเติบโตในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการดึงดูดนักลงทุนเข้าสู่พื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับอิทธิพลจากภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย รวมถึงนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ การที่ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการโอนที่ดินในเฟสที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีจากสินทรัพย์ที่มีอยู่ Highlight สำคัญ รายได้รวม Q2/2569 พุ่ง 71.25% YoY แตะ 4,068 ล้านบาท จากการโอนที่ดินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กำไรสุทธิ Q2/2569 ก้าวกระโดด 564.62% YoY สู่ 1,795 ล้านบาท จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ Q2/2569 โต 131.07% YoY เป็น 2,206 ล้านบาท จากการโอนที่ดิน 288 ไร่ อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจหลัก Q2/2569 แตะ 49.34% เพิ่มขึ้นจาก 41.16% ในปีก่อน รับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนใน ASCLT2 จำนวน 366 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2569 สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้รวมโต 39.86% YoY เป็น 8,064 ล้านบาท และกำไรสุทธิโต 167.01% YoY เป็น 3,219 ล้านบาท ภาพรวมผลประกอบการ AMATA รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 2 ปี 2569 โดยมีรายได้รวม 4,068 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการโอนที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 14.04% ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 206.92% เป็น 2,102 ล้านบาท แม้ว่าส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าจะลดลงเล็กน้อย 1.79% แต่ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ที่ดีขึ้น ทำให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 564.62% มาอยู่ที่ 1,795 ล้านบาท และกำไรส่วนที่เป็นของผู้เป็นเจ้าของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นถึง 1,032.15% เป็น 1,584 ล้านบาท สำหรับผลประกอบการงวดหกเดือนแรกปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 8,064 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 3,219 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 167.01% โดยอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจหลักปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โอกาส การเติบโตของรายได้จากการขายที่ดิน: การโอนที่ดินที่เพิ่มขึ้นทั้งในไทยและเวียดนาม แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมของ AMATA ที่ยังคงแข็งแกร่ง อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น: การบริหารจัดการต้นทุนและการเลือกโอนที่ดินในเฟสที่มีกำไรสูง ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจหลัก การลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย: ข้อมูลจาก BOI ชี้ว่ามีการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ และพลังงาน ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ AMATA สามารถรองรับได้ การรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุน: การขายเงินลงทุนใน ASCLT2 เป็นรายการพิเศษที่ช่วยหนุนกำไรในไตรมาสนี้ และยังมีแผนขาย ASCLT1 ในปี 2569 ซึ่งอาจสร้างกำไรเพิ่มเติม การลงทุนในเวียดนาม: แม้รายได้ค่าสาธารณูปโภคในเวียดนามจะลดลงจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่การโอนที่ดินในเวียดนามยังคงมีอยู่ และการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นของ ACHL เป็นสัญญาณที่ดี ความเสี่ยง ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก: ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งอาจกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของลูกค้า ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน: การแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินด่งเวียดนาม ส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าสาธารณูปโภคในเวียดนาม การแข่งขันในอุตสาหกรรม: แม้ BOI จะรายงานการลงทุนที่สูงขึ้น แต่การแข่งขันในการดึงดูดนักลงทุนยังคงมีอยู่ การพึ่งพารายได้จากการขายที่ดิน: การเติบโตของกำไรยังคงพึ่งพิงการโอนที่ดินเป็นหลัก ซึ่งอาจมีความผันผวนตามรอบการลงทุนของลูกค้า การขายเงินลงทุนใน ASCLT1: แม้คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569 แต่หากมีความล่าช้า อาจส่งผลกระทบต่อแผนการรับรู้กำไร สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ปริมาณการโอนที่ดินในไตรมาสถัดไป: จะสามารถรักษาโมเมนตัมการโอนที่ดินที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่ อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ดิน: จะสามารถรักษาอัตรากำไรที่สูงได้ต่อเนื่องหรือไม่ โดยเฉพาะจากโครงการในประเทศไทย ความคืบหน้าการขายเงินลงทุนใน ASCLT1: จะแล้วเสร็จตามกำหนดและสร้างกำไรได้ตามคาดหรือไม่ ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน: การแข็งค่าของเงินบาทต่อเงินด่งเวียดนาม จะส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในระยะยาวอย่างไร การลงทุนใหม่ในนิคมอุตสาหกรรม: การดึงดูดนักลงทุนรายใหม่ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมาย จะเป็นอย่างไร รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) การโอนที่ดินและการบริหารต้นทุนเป็นหัวใจสำคัญ ในไตรมาส 2 ปี 2569 AMATA มีการโอนที่ดินรวม 288 ไร่ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 172 ไร่ ในปีก่อน โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีการโอนถึง 271 ไร่ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ให้เติบโตถึง 131.07% สิ่งที่น่าสนใจคือ อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 46.87% เป็น 66.16% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ามาจากการโอนที่ดินในเฟสที่มีกำไรดีในชลบุรี และการปรับปรุงอัตรากำไรของนิคมในเวียดนาม (ACHL) สำหรับธุรกิจสาธารณูปโภค รายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.87% เป็น 1,154 ล้านบาท โดยรายได้ในไทยเพิ่มขึ้น แต่ในเวียดนามลดลงเนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยน อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้ลดลงเล็กน้อยจาก 20.01% เป็น 18.94% ธุรกิจโรงงานให้เช่ามีรายได้เพิ่มขึ้น 4.00% เป็น 266 ล้านบาท จากพื้นที่เช่าที่เพิ่มขึ้น แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 77.85% เป็น 69.82% การรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้โดดเด่น โดยมีการรับรู้กำไร 366 ล้านบาท จากการขาย ASCLT2 ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 AMATA มีสินทรัพย์รวม 74,403 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.82% จากสิ้นปี 2568 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของที่ดินรอการพัฒนาเพื่อรองรับลูกค้าในอนาคต หนี้สินรวมอยู่ที่ 41,568 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.95% จากเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการพัฒนาที่ดิน ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 32,835 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.93% จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น ในส่วนของกระแสเงินสด สำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2569 บริษัทฯ มีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 2,570 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน สาเหตุหลักจากเงินมัดจำและเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าที่ลดลง มีการใช้เงินสดสุทธิในกิจกรรมลงทุน 4,299 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการซื้อที่ดินเพื่อรอการพัฒนา และมีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน 1,377 ล้านบาท จากการกู้ยืมสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นงวดอยู่ที่ 1,926 ล้านบาท ลดลงจากต้นปี อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.27 เท่า ลดลงจาก 1.47 เท่า ในปีก่อน ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น สรุปท้าย หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการอันแข็งแกร่งของ AMATA ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นผลมาจากการโอนที่ดินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำให้สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงได้ นอกจากนี้ การรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนยังเป็นปัจจัยเสริมที่สำคัญ แม้ว่าความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงมีอยู่ แต่แนวโน้มการเติบโตของรายได้จากการขายที่ดินและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี ทำให้ AMATA มีโอกาสที่จะรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ในระยะต่อไป โดยต้องจับตาดูความคืบหน้าของการขาย ASCLT1 และการดึงดูดนักลงทุนรายใหม่เข้าสู่พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด