Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin BJC บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)

BJC สรุปผลประกอบการ Q2/2569

BJC กำไรสุทธิพุ่ง 191% รับกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์-ธุรกิจหลักฟื้นตัว ฝ่ายบริหาร BJC เผยผลประกอบการไตรมาส 2/69 กำไรสุทธิพุ่งแรง 191.1% YoY แตะ 2,882 ล้านบาท ได้แรงหนุนหลักจากกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช้ในการดำเนินงาน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานปกติ (Normalized Net Profit) เติบโต 12.8% YoY จากการเติบโตของกลุ่มบรรจุภัณฑ์และการปรับปรุงอัตรากำไรในกลุ่มเวชภัณฑ์และค้าปลีกสมัยใหม่ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BJC ในไตรมาส 2/2569 คือ การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 191.1% YoY เป็น 2,882 ล้านบาท ซึ่งได้รับแรงหนุนหลักจาก รายการพิเศษจากการจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ในการประกอบธุรกิจ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: ฝ่ายจัดการระบุว่า กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการ บันทึกกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ในการประกอบธุรกิจและ/หรือไม่ได้สร้างผลกำไร ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากรายการพิเศษนี้ ผลการดำเนินงานพื้นฐานของบริษัทยังคงปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Normalized Net Profit) เพิ่มขึ้น 12.8% YoY เป็น 1,228 ล้านบาท ปัจจัยหลักที่สนับสนุนการเติบโตนี้ ได้แก่: การเติบโตที่แข็งแกร่งของกลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์: ทั้งธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วและบรรจุภัณฑ์กระป๋องมีการเติบโตของรายได้ที่โดดเด่น ช่วยชดเชยความอ่อนตัวของธุรกิจค้าปลีกในประเทศ การปรับปรุงความสามารถในการทำกำไร: เกิดจากการขยายตัวของอัตรากำไร, การปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์ (product mix) ที่เอื้อต่อกำไรมากขึ้น, การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน, และการฟื้นตัวของรายได้ค่าเช่าและค่าบริการของบิ๊กซี จากอัตราการเช่าพื้นที่และอัตราค่าเช่าที่ปรับตัวดีขึ้น จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: ลักษณะครั้งคราว สำหรับกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนั้น มีลักษณะครั้งคราว เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนหลักจากกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ อย่างไรก็ตาม มีโอกาสต่อเนื่อง สำหรับการเติบโตของกำไรจากการดำเนินงานปกติ (Normalized Net Profit) เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่ามีการปรับปรุงความสามารถในการทำกำไรในหลายกลุ่มธุรกิจ และการเติบโตที่แข็งแกร่งของกลุ่มบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนผลประกอบการในระยะต่อไป Highlight สำคัญ กำไรสุทธิพุ่ง 191.1% YoY สู่ 2,882 ล้านบาท: ได้รับแรงหนุนหลักจากกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช้ในการดำเนินงาน กำไรจากการดำเนินงานปกติ (Normalized Net Profit) เติบโต 12.8% YoY สู่ 1,228 ล้านบาท: สะท้อนการปรับตัวดีขึ้นของผลการดำเนินงานพื้นฐาน รายได้รวมเพิ่มขึ้น 6.8% YoY สู่ 49,021 ล้านบาท: โดยรายได้จากการขายและการให้บริการเพิ่มขึ้น 2.6% YoY จากการเติบโตของกลุ่มบรรจุภัณฑ์ กลุ่มบรรจุภัณฑ์เติบโตโดดเด่น: รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 29.7% YoY ในไตรมาส 2/69 จากธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วและกระป๋อง กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่เผชิญความท้าทาย: รายได้รวมลดลง 1.0% YoY จากการบริโภคสินค้า Non-Food ที่อ่อนตัว แต่รายได้ค่าเช่าและบริการฟื้นตัวดีขึ้น ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2/2569 บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC รายงานรายได้รวม 49,021 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของกลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยชดเชยความอ่อนตัวของการบริโภคสินค้า Non-Food ในประเทศ ขณะที่รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 60.4% YoY จากกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ใช้ในการประกอบธุรกิจ สำหรับงวดหกเดือนปี 2569 รายได้รวมอยู่ที่ 96,380 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% YoY ในด้านค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 2.1% YoY ในไตรมาส 2/2569 โดยหลักมาจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ตามการเติบโตของรายได้ และค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) ในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 5,267 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.9% YoY จากยอดขายและรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความสามารถในการทำกำไรที่ปรับตัวดีขึ้น กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 2,882 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 191.1% YoY โดยได้รับแรงสนับสนุนจากผลการดำเนินงานพื้นฐานที่ปรับตัวดีขึ้น และกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Normalized Net Profit) เพิ่มขึ้น 12.8% YoY เป็น 1,228 ล้านบาท สำหรับงวดหกเดือนปี 2569 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 3,939 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89.3% YoY ขณะที่ Normalized Net Profit เพิ่มขึ้น 1.1% YoY เป็น 2,408 ล้านบาท โอกาส การเติบโตของกลุ่มบรรจุภัณฑ์: ทั้งธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วและกระป๋องมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและการขยายตลาดในต่างประเทศ การฟื้นตัวของธุรกิจค้าปลีก: แม้จะเผชิญความท้าทาย แต่การปรับปรุงอัตราการเช่าพื้นที่และอัตราค่าเช่าในกลุ่ม Town Center รวมถึงการมุ่งเน้นสินค้ากำไรสูง จะช่วยหนุนผลประกอบการ การปรับปรุงอัตรากำไร: การปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์, การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน, และการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย จะช่วยรักษาและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว การขยายธุรกิจในต่างประเทศ: การเติบโตของธุรกิจในเวียดนาม โดยเฉพาะในกลุ่มบรรจุภัณฑ์และค้าปลีก เป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรเพิ่มเติม ความเสี่ยง ภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่อ่อนแอ: การบริโภคสินค้า Non-Food ในประเทศที่ยังซบเซา อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของกลุ่มค้าปลีก แรงกดดันด้านต้นทุน: ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ, พลังงาน, และค่าขนส่ง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก: การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดค้าปลีก อาจกดดันยอดขายและอัตรากำไร ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์: ความขัดแย้งระหว่างประเทศอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทาน สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มการเติบโตของกลุ่มบรรจุภัณฑ์: ติดตามการขยายกำลังการผลิตและการเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ การฟื้นตัวของยอดขายในกลุ่มค้าปลีก: โดยเฉพาะยอดขายสาขาเดิม (SSSG) และการปรับตัวของกำลังซื้อผู้บริโภค การบริหารจัดการต้นทุน: มาตรการรับมือกับแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน ผลกระทบจากรายการพิเศษ: การจำหน่ายสินทรัพย์จะส่งผลต่อโครงสร้างรายได้และกำไรในระยะต่อไปอย่างไร การขยายสาขาและการปรับรูปแบบธุรกิจ: โดยเฉพาะในกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) กลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์: เป็นดาวเด่นของไตรมาสนี้ โดยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นถึง 29.7% YoY แตะ 7,452 ล้านบาท จากการเติบโตของทั้งธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้ว (รายได้ 3,711 ล้านบาท เพิ่ม 31.4% YoY) และบรรจุภัณฑ์กระป๋อง (รายได้ 3,741 ล้านบาท เพิ่ม 28.1% YoY) โดยเฉพาะการฟื้นตัวของธุรกิจกาแฟและการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในบรรจุภัณฑ์กระป๋อง รวมถึงการได้รับประโยชน์จากกิจกรรมทางการตลาดที่เกี่ยวเนื่องกับการแข่งขันฟุตบอลโลก อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้น 86 bps YoY อยู่ที่ 23.2% จาก Economies of Scale ในการผลิตกระป๋องอลูมิเนียม กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) เพิ่มขึ้น 32.3% YoY สู่ 1,257 ล้านบาท และอัตรากำไร EBIT เพิ่มขึ้น 33 bps YoY อยู่ที่ 16.9% กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค: มีรายได้จากการขาย 5,670 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากยอดขายผลิตภัณฑ์กระดาษเช็ดหน้าใน Mass Market และการเติบโตของธุรกิจต่างประเทศ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 170 bps YoY เป็น 21.1% จากการปรับรูปแบบธุรกิจโลจิสติกส์เป็น Joint Venture EBIT เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 171.3% YoY สู่ 1,422 ล้านบาท และอัตรากำไร EBIT พุ่งสูงถึง 25.1% โดยมีปัจจัยหลักจากกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ใช้ในการดำเนินงาน กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค: รายได้จากการขายลดลง 3.3% YoY สู่ 2,215 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากยอดขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ชะลอตัวเนื่องจากฐานสูงในปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเทคนิคมีการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะธุรกิจ Specialties และ Graphics อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 189 bps YoY สู่ 33.4% จาก Product mix ที่ดีขึ้น EBIT เพิ่มขึ้น 29.5% YoY สู่ 429 ล้านบาท และอัตรากำไร EBIT เพิ่มขึ้น 491 bps YoY สู่ 19.4% กลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่: เป็นกลุ่มที่เผชิญความท้าทาย โดยรายได้รวมลดลง 1.0% YoY สู่ 32,241 ล้านบาท และรายได้จากการขายลดลง 1.8% YoY สู่ 28,928 ล้านบาท โดยมียอดขายสาขาเดิม (SSSG) ติดลบ 2.1% ในประเทศไทย จากการบริโภคสินค้า Non-Food ที่อ่อนตัว และภาวะราคาสินค้าในกลุ่ม Butchery ที่ลดลง แม้ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจในประเทศเวียดนามยังคงเติบโตดี และธุรกิจ Town Center มีพัฒนาการที่ดีขึ้น โดยรายได้ค่าเช่าและค่าบริการกลับมาเติบโต 3.9% YoY จากอัตราการเช่าพื้นที่ที่เพิ่มขึ้นสู่ 92.4% อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้น 31 bps YoY สู่ 18.1% จาก Sales mix ที่ดีขึ้น EBIT เพิ่มขึ้น 10.7% YoY สู่ 1,416 ล้านบาท และอัตรากำไร EBIT เพิ่มขึ้น 55 bps YoY สู่ 4.9% ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 355,022 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.2% จากสิ้นปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ และสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อจำหน่าย หักลบกับการลดลงของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ หนี้สินรวมอยู่ที่ 231,040 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7% จากสิ้นปีก่อน โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่น และเงินกู้ยืมระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 123,982 ล้านบาท ลดลง 12.5% จากสิ้นปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของส่วนของผู้ถือหุ้นเดิมก่อนการรวมธุรกิจภายใต้การควบคุมเดียวกัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อธุรกิจเมก้า มาร์เก็ต สรุปท้าย BJC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่โดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 191.1% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานปกติก็ปรับตัวดีขึ้นอย่างแข็งแกร่ง 12.8% YoY จากการเติบโตที่แข็งแกร่งของกลุ่มบรรจุภัณฑ์และการปรับปรุงอัตรากำไรในหลายกลุ่มธุรกิจ แม้กลุ่มค้าปลีกจะยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ แต่การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรและสร้างการเติบโตอย่างมีวินัยต่อไปในอนาคต