2026-08-13T18:08:27+00:00 fin MEGA บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) MEGA สรุปผลประกอบการ Q2/2569 MEGA กำไรสุทธิ Q2/69 พุ่ง 31.6% รับแรงหนุนรายได้โตต่อเนื่อง รายได้รวม Q2/69 เติบโต 10.7% YoY จากการขยายตัวของทั้งธุรกิจ Mega We Care และ Maxxcare โดยเฉพาะในเมียนมาร์ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 51.7% หนุนกำไรสุทธิพุ่ง 31.6% YoY Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MEGA ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากทั้งสองธุรกิจหลัก ควบคู่ไปกับการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: การเติบโตของรายได้: ธุรกิจ Mega We Care™: เติบโต 7.7% YoY ในไตรมาส 2/69 และ 11.9% ในครึ่งปีแรก/69 ได้รับแรงหนุนจากความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์และความต้องการที่ยั่งยืนในตลาด ธุรกิจ Maxxcare™: เติบโต 14.8% YoY ในไตรมาส 2/69 และ 11.3% ในครึ่งปีแรก/69 สะท้อนถึงสภาวะธุรกิจที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศเมียนมาร์ การปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น: โดยรวม: อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 49.7% ใน Q2/68 เป็น 51.7% ใน Q2/69 และจาก 50.5% ในครึ่งปีแรก/68 เป็น 52.0% ในครึ่งปีแรก/69 Mega We Care™: อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 62.5% ใน Q2/68 เป็น 64.4% ใน Q2/69 และจาก 63.7% ในครึ่งปีแรก/68 เป็น 65.3% ในครึ่งปีแรก/69 ได้รับอิทธิพลจากการเติบโตของรายได้ ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ ประเทศ สกุลเงิน และระดับการผลิต Maxxcare™: อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 21.4% ใน Q2/68 เป็น 25.8% ใน Q2/69 และจาก 22.4% ในครึ่งปีแรก/68 เป็น 23.9% ในครึ่งปีแรก/69 ได้รับอิทธิพลจากส่วนผสมของลูกค้า การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งในทั้งสองธุรกิจหลัก ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำให้สามารถรักษาและปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นได้ ส่งผลให้ EBITDA และกำไรสุทธิเติบโตในอัตราที่สูงกว่ารายได้ จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: มีโอกาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้: Mega We Care™: ยังคงได้รับแรงหนุนจากความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์และความต้องการที่ยั่งยืน Maxxcare™: สภาวะธุรกิจในเมียนมาร์มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการต้นทุน: บริษัทฯ มีการบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี ซึ่งมีแนวโน้มจะรักษาไว้ได้ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกำไรสุทธิหลังปรับปรุง (Adjusted Net Profit) อยู่ในระดับที่ต่ำกว่ากำไรสุทธิตามรายงาน (Reported Net Profit) ซึ่งเป็นผลมาจากกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา Highlight สำคัญ รายได้รวม Q2/69 เติบโต 10.7% YoY แตะ 3,534 ล้านบาท โดยธุรกิจ Mega We Care™ เติบโต 7.7% และ Maxxcare™ เติบโต 14.8% รายได้รวมครึ่งปีแรก/69 เติบโต 12.5% YoY แตะ 6,942 ล้านบาท โดย Mega We Care™ เติบโต 11.9% และ Maxxcare™ เติบโต 11.3% อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับดีขึ้น เป็น 51.7% ใน Q2/69 (จาก 49.7% YoY) และ 52.0% ในครึ่งปีแรก/69 (จาก 50.5% YoY) กำไรสุทธิตามรายงาน Q2/69 เพิ่มขึ้น 31.6% YoY แตะ 515 ล้านบาท กำไรสุทธิตามรายงานครึ่งปีแรก/69 เพิ่มขึ้น 33.1% YoY แตะ 1,119 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 15.6% YoY ใน Q2/69 แต่คิดเป็นสัดส่วน 35.0% ของรายได้ ลดลงจาก 33.5% ใน Q2/68 เล็กน้อย (ปรับปรุงตัวเลขจากเอกสาร) EBITDA Q2/69 เพิ่มขึ้น 25.5% YoY แตะ 745 ล้านบาท และ ครึ่งปีแรก/69 เพิ่มขึ้น 33.8% YoY แตะ 1,613 ล้านบาท ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MEGA รายงานผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2569 และครึ่งปีแรกปี 2569 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยรายได้จากการดำเนินงานรวมในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 3,534 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสำหรับครึ่งปีแรกปี 2569 อยู่ที่ 6,942 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การเติบโตนี้ขับเคลื่อนโดยทั้งสองธุรกิจหลัก คือ Mega We Care™ และ Maxxcare™ โดยเฉพาะการเติบโตอย่างต่อเนื่องในเมียนมาร์ อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 49.7% ในไตรมาส 2 ปี 2568 เป็น 51.7% ในไตรมาส 2 ปี 2569 และจาก 50.5% ในครึ่งปีแรกปี 2568 เป็น 52.0% ในครึ่งปีแรกปี 2569 ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นของทั้งสองธุรกิจหลัก แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะเพิ่มขึ้นตามแผนการเติบโต แต่เมื่อเทียบกับรายได้แล้ว สัดส่วนยังคงทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย ส่งผลให้ EBITDA และกำไรสุทธิเติบโตในอัตราที่สูงกว่ารายได้ โดยกำไรสุทธิตามรายงานในไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 31.6% YoY เป็น 515 ล้านบาท และสำหรับครึ่งปีแรกปี 2569 เพิ่มขึ้น 33.1% YoY เป็น 1,119 ล้านบาท โอกาส การเติบโตของตลาดเกิดใหม่: ธุรกิจ Mega We Care™ ยังคงมีศักยภาพในการเติบโตในตลาดเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแอฟริกา การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเมียนมาร์: ธุรกิจ Maxxcare™ ได้รับประโยชน์จากการปรับตัวดีขึ้นของสภาวะธุรกิจในเมียนมาร์ การขยายสายผลิตภัณฑ์: การพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่แข็งแกร่ง จะช่วยเสริมการเติบโตในระยะยาว กลยุทธ์การเติบโต: การร่วมมือ การเป็นหุ้นส่วน การร่วมค้า และการเข้าซื้อกิจการที่มีศักยภาพ จะเป็นกลไกสำคัญในการขยายธุรกิจ ความเสี่ยง ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: กำไรสุทธิหลังปรับปรุงเติบโตต่ำกว่ากำไรสุทธิตามรายงาน เนื่องจากผลกระทบจากกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต สภาวะเศรษฐกิจมหภาค: ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้า การแข่งขันในอุตสาหกรรม: การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพและยา อาจกดดันอัตรากำไร การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ: การเปลี่ยนแปลงกฎหมายและข้อบังคับในแต่ละประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น: การรักษาและปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นของทั้ง Mega We Care™ และ Maxxcare™ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของกำไร การเติบโตของธุรกิจ Maxxcare™ ในเมียนมาร์: ติดตามสภาวะเศรษฐกิจและการเมืองในเมียนมาร์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจนี้ ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน: ความผันผวนของค่าเงิน โดยเฉพาะเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างประเทศ อาจส่งผลต่อกำไรสุทธิ แผนการลงทุนในโรงงานผลิตใหม่: การลงทุนในเวียดนาม เมียนมาร์ และอินโดนีเซีย จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง: การเพิ่มระดับสินค้าคงคลังเพื่อรองรับความต้องการในอนาคต ต้องมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อไม่ให้กระทบต่อต้นทุน รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) รายได้ Mega We Care™: เติบโต 7.7% YoY ใน Q2/69 โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเป็นสัดส่วนหลัก (73%) ตามมาด้วยแอฟริกา (14%) การเติบโตนี้สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์และความต้องการที่ต่อเนื่อง รายได้ Maxxcare™: เติบโตโดดเด่น 14.8% YoY ใน Q2/69 โดยได้รับแรงหนุนหลักจากเมียนมาร์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดนี้ อัตรากำไรขั้นต้น: การปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นในทั้งสองธุรกิจหลัก เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิ โดยเฉพาะ Maxxcare™ ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร: แม้จะเพิ่มขึ้นตามการเติบโต แต่สัดส่วนต่อรายได้ยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน: ในครึ่งปีแรก/69 คิดเป็น 76% ของกำไรสุทธิ โดยลดลงเล็กน้อยจากการเพิ่มระดับสินค้าคงคลังเพื่อรองรับความต้องการในอนาคต การลงทุน: มีการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร 254 ล้านบาทในครึ่งปีแรก/69 เพื่อโครงการโรงงานผลิตในหลายประเทศ และมีแผนลงทุนรวม 2.6 พันล้านบาทในช่วงปี 2569-2571 ฐานะการเงิน: ณ 30 มิ.ย. 69 บริษัทฯ มีสินทรัพย์หมุนเวียน 11,532 ล้านบาท และหนี้สินหมุนเวียน 5,245 ล้านบาท อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนอยู่ที่ 2.2 เท่า วงจรเงินสดอยู่ที่ 156 วัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการเพิ่มสินค้าคงคลัง หนี้สิน: อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.55 เท่า และหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.05 เท่า แสดงถึงโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง สรุปท้าย MEGA โชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรกปี 2569 ที่แข็งแกร่ง ด้วยการเติบโตของรายได้ที่น่าประทับใจจากทั้งธุรกิจ Mega We Care™ และ Maxxcare™ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แต่แนวโน้มการเติบโตของตลาดเกิดใหม่และการฟื้นตัวในเมียนมาร์ ประกอบกับการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจในระยะยาว ทำให้ MEGA ยังคงมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต