2026-08-13T08:24:23+00:00 fin PIS บริษัท โปร อินไซด์ จำกัด (มหาชน) PIS สรุปผลประกอบการ Q2/2569 PIS Q2/2569: รายได้รวมฟื้นตัว 9% QoQ กำไรสุทธิโต 8% YoY จากงานบริการคลาวด์หนุน บริษัท โปร อินไซด์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 797 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY และ 10% QoQ โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะงานบริการคลาวด์ที่เติบโตได้ดี Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PIS ในไตรมาส 2/2569 คือ การฟื้นตัวของรายได้จากการให้บริการ โดยเฉพาะงานเช่าใช้ระบบประมวลผลแบบคลาวด์แก่หน่วยงานภาครัฐ ซึ่งช่วยชดเชยรายได้จากการจำหน่ายและวางระบบแบบเบ็ดเสร็จที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตได้ 8% YoY แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น รายได้จากการให้บริการที่เติบโต: ในไตรมาส 2/2569 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการ 241 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการทยอยรับรู้รายได้จากสัญญาให้บริการที่ต่อเนื่อง และสัญญาใหม่ โดยเฉพาะงานให้บริการดูแลและบำรุงรักษาระบบประมวลผลแบบคลาวด์ ซึ่งเป็นกลุ่มงานที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า การบริหารต้นทุนและอัตรากำไร: แม้รายได้จากการจำหน่ายและวางระบบแบบเบ็ดเสร็จจะลดลง 31% YoY เนื่องจากฐานรายได้ปีก่อนสูงจากการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 22% จาก 20% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะต้นทุนจากการให้บริการที่ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้จะเติบโต สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนบุคลากรและการประหยัดต่อขนาด การรับรู้รายได้โครงการใหม่: การได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชนในการประมูลงานใหม่ๆ เช่น โครงการเช่าซื้อพร้อมให้บริการวิทยุสื่อสารระบบดิจิทัลแบบบูรณาการในพื้นที่ภาคเหนือ และโครงการ ERP เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้จากการจำหน่ายและวางระบบแบบเบ็ดเสร็จให้เติบโต 157% QoQ 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก: Backlog ที่แข็งแกร่ง: บริษัทมีมูลค่างานที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) สูงถึง 6,096 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2569 และปีถัดไป นโยบายภาครัฐ: การเดินหน้านโยบาย Digital Government, Cloud First Policy และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภาครัฐ ยังคงสร้างโอกาสทางธุรกิจที่มั่นคง การขยายฐานลูกค้า: บริษัทมุ่งขยายฐานลูกค้าไปยังรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน รวมถึงเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำจากงานบำรุงรักษา (MA) เพื่อลดการพึ่งพิงงบประมาณภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายจากความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลกและต้นทุนฮาร์ดแวร์ รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า อาจส่งผลกระทบต่อการบริหารต้นทุนโครงการแบบราคาคงที่ได้ Highlight สำคัญ รายได้รวม Q2/2569: 797 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% QoQ แต่ลดลง 2% YoY กำไรสุทธิ Q2/2569: 86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY และ 10% QoQ กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน Q2/2569: 0.16 บาท เพิ่มขึ้น 7% YoY และ 14% QoQ รายได้ 6 เดือนแรกปี 2569: 1,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2569: 164 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY อัตรากำไรขั้นต้น Q2/2569: ปรับตัวดีขึ้นเป็น 22% จาก 20% ใน Q2/2568 Backlog ณ 30 มิ.ย. 2569: 6,096 ล้านบาท ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2/2569 PIS มีรายได้รวม 797 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจากการรับรู้รายได้โครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะโครงการเช่าซื้อพร้อมให้บริการวิทยุสื่อสารระบบดิจิทัลแบบบูรณาการในพื้นที่ภาคเหนือ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน รายได้รวมลดลง 2% เนื่องจากฐานรายได้ปีก่อนสูงจากการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ ในขณะที่กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY และ 10% QoQ ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 1,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY และมีกำไรสุทธิ 164 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY โอกาส นโยบายภาครัฐ: การเดินหน้านโยบาย Digital Government, Cloud First Policy และการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภาครัฐ การขยายตลาด: การขยายฐานลูกค้าไปยังรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน รายได้ประจำ: การเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำจากงานบำรุงรักษา (MA) เทคโนโลยีใหม่: การนำเทคโนโลยี AI และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์มาตอบสนองความต้องการของลูกค้า การลงทุนในอนาคต: การเข้าซื้อบริษัท สยาม ดีพ เทค จำกัด (SDT) เพื่อรองรับการขยายธุรกิจงานโครงการในอนาคต ความเสี่ยง นโยบายงบประมาณภาครัฐ: การจัดสรรงบประมาณด้านการลงทุนที่อาจเข้มงวดขึ้น ส่งผลต่อขนาดและจังหวะเวลาของโครงการ ห่วงโซ่อุปทานโลก: ความผันผวนของต้นทุนฮาร์ดแวร์และระยะเวลาจัดส่งที่ยาวนานขึ้น จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก นโยบายการค้า: ความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีการค้าของสหรัฐอเมริกา ภาวะเศรษฐกิจ: การชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย อาจทำให้ภาคเอกชนระมัดระวังการลงทุนด้านเทคโนโลยี อัตราแลกเปลี่ยน: ความผันผวนของค่าเงินบาท อาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อต้นทุนการนำเข้า การแข่งขันบุคลากร: การแข่งขันในการดึงดูดบุคลากรไอทีทักษะสูง สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ การรับรู้รายได้จาก Backlog ที่มีอยู่ 6,096 ล้านบาท ความคืบหน้าในการประมูลและรับโครงการขนาดใหญ่ใหม่ๆ การบริหารจัดการต้นทุนฮาร์ดแวร์ท่ามกลางความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลก การขยายฐานลูกค้าไปยังภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ การพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI และ Cybersecurity รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี) รายได้จากการจำหน่ายและวางระบบแบบเบ็ดเสร็จ: ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 408 ล้านบาท ลดลง 31% YoY แต่เพิ่มขึ้น 157% QoQ จากการส่งมอบโครงการเช่าซื้อพร้อมให้บริการวิทยุสื่อสารระบบดิจิทัลแบบบูรณาการฯ รายได้จากการขาย (Software License): เพิ่มขึ้น 100% YoY และ QoQ เป็น 148 ล้านบาท จากการได้รับงานจัดหาสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิซอฟต์แวร์ให้ลูกค้าเอกชน รายได้จากการให้บริการ: ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 241 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY แต่ลดลง 58% QoQ โดยมีปัจจัยหลักจากการทยอยรับรู้รายได้จากสัญญาต่อเนื่องและสัญญาใหม่ โดยเฉพาะงานบริการคลาวด์ อัตรากำไรขั้นต้น: ปรับตัวดีขึ้นเป็น 22% จาก 20% ใน Q2/2568 โดยเฉพาะกลุ่มงานให้บริการที่บริหารต้นทุนได้ดี ค่าใช้จ่ายทางการเงิน: เพิ่มขึ้น 75% YoY และ 31% QoQ เป็น 21 ล้านบาท จากการบริหารโครงสร้างเงินทุนเชิงรุกเพื่อรองรับโครงการขนาดใหญ่ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวม: ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 4,131 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากสิ้นปี 2568 จากลูกหนี้ตามสัญญาเช่าเงินทุนและเงินจ่ายล่วงหน้างานโครงการ หนี้สินรวม: ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 3,032 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากสิ้นปี 2568 จากเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาวเพื่อรองรับโครงการขนาดใหญ่ ส่วนของผู้ถือหุ้น: ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 1,099 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากสิ้นปี 2568 จากกำไรสะสม อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio): เพิ่มขึ้นเป็น 2.8 เท่า จาก 2.2 เท่า ในช่วงก่อนหน้า อัตราส่วนสภาพคล่อง: อัตราส่วนทุนหมุนเวียน 1.2 เท่า และอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนเร็ว 0.3 เท่า ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย: 88 วัน เพิ่มขึ้นจาก 56 วันในไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากรอบการเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐบาล ระยะเวลาชำระหนี้เฉลี่ย: 66 วัน เพิ่มขึ้นจาก 41 วันในไตรมาสก่อนหน้า เพื่อบริหารกระแสเงินสด สรุปท้าย PIS ในไตรมาส 2/2569 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการผลประกอบการท่ามกลางความท้าทาย โดยหัวใจสำคัญคือการเติบโตของรายได้กลุ่มงานให้บริการคลาวด์ที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตได้ 8% YoY แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน ด้วย Backlog ที่แข็งแกร่งและนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนการลงทุนด้านดิจิทัล บริษัทมีโอกาสในการเติบโตต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานโลกและต้นทุนฮาร์ดแวร์ที่ผันผวน รวมถึงการบริหารจัดการกระแสเงินสดให้มีประสิทธิภาพ