2026-08-12T01:03:41+00:00 fin VRANDA บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) VRANDA พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/69 เป็นกำไรจากการดำเนินงานปกติ หลังรายได้โรงแรมฟื้นตัว รายได้โรงแรมโต 12% หนุนกำไรจากการดำเนินงาน แต่ขาดทุนสุทธิพุ่งจากรายการพิเศษ บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ VRANDA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 336 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากกิจการโรงแรมที่เพิ่มขึ้น 12% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีขาดทุนสุทธิ 69 ล้านบาท เทียบกับกำไร 12 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากรายการพิเศษจากการรับรู้ขาดทุนจากการชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนด Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ VRANDA ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การฟื้นตัวของรายได้จากกิจการโรงแรมที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 12% YoY ซึ่งส่งผลให้ กำไรจากการดำเนินงานปกติพลิกกลับมาเป็นบวก อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% YoY เทียบกับขาดทุน 34 ล้านบาทในปีก่อน อย่างไรก็ตาม ขาดทุนสุทธิรวมยังคงสูงถึง 69 ล้านบาท เนื่องจากมีรายการพิเศษจากการรับรู้ขาดทุนจากการชำระเงินกู้ก่อนกำหนดจำนวนมาก 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้จากกิจการโรงแรมเกิดจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ: การกลับมาของโรงแรม โซ แบงคอก (SO/ Bangkok) ที่ฟื้นตัวได้ดีขึ้นหลังได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปี 2568 การเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของโรงแรม วีรันดา รีสอร์ท ภูเก็ต ออโตกราฟ คอลเลกชัน (Veranda Resort Phuket Autograph Collection) ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 ถึงกลางปี 2568 ซึ่งส่งผลให้ RevPAR (รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย) โดยรวมของกลุ่มโรงแรมปรับตัวดีขึ้นถึง 13% ในไตรมาส 2/69 และ 23% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 ในส่วนของ รายการพิเศษ ที่ทำให้เกิดขาดทุนสุทธิจำนวนมาก มาจากการรับรู้ขาดทุนจากการชำระคืนเงินกู้เดิมก่อนกำหนดเพื่อรีไฟแนนซ์ 56 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายพิเศษอื่นเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายอีก 10 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินในอนาคตลดลงและเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของการดำเนินงานปกติ แต่รายการพิเศษมีลักษณะครั้งคราว รายได้จากกิจการโรงแรม: มีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากโรงแรมที่เปิดใหม่และโรงแรมที่ฟื้นตัว รวมถึงการบริหารจัดการฐานลูกค้าที่กระจายตัวได้ดี ทำให้ผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางมีจำกัด รายการพิเศษ: การรับรู้ขาดทุนจากการชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนดเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสดและมีลักษณะครั้งเดียว (one-time) เพื่อปรับโครงสร้างทางการเงิน ซึ่งจะส่งผลดีต่อต้นทุนทางการเงินในระยะยาว แต่จะไม่เกิดขึ้นซ้ำในลักษณะเดียวกันอีก Highlight สำคัญ รายได้รวม Q2/69 อยู่ที่ 336 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% YoY โดยมีรายได้จากกิจการโรงแรม 332 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY งวด 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้รวม 857 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY โดยรายได้จากกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้น 19% YoY อัตราการเข้าพักเฉลี่ย Q2/69 อยู่ที่ 58% เพิ่มขึ้นจาก 52% ในปีก่อน และอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2% เป็น 4,537 บาท/ห้อง/คืน RevPAR Q2/69 เพิ่มขึ้น 13% เป็น 2,626 บาท/ห้อง/คืน อัตรากำไรขั้นต้นจากกิจการโรงแรม Q2/69 อยู่ที่ 55% เพิ่มขึ้นจาก 52% ในปีก่อน EBITDA จากการดำเนินงานปกติ Q2/69 อยู่ที่ 78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% YoY โดยมีอัตรา EBITDA จากการดำเนินงานปกติ 23% เพิ่มขึ้นจาก 20% ในปีก่อน ขาดทุนสุทธิ Q2/69 อยู่ที่ 69 ล้านบาท เทียบกับกำไร 12 ล้านบาทในปีก่อน แต่ขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานปกติลดลง 51% เป็น 16 ล้านบาท งวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 8 ล้านบาท ลดลง 86% YoY แต่ กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติเพิ่มขึ้น 662% เป็น 61 ล้านบาท หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 5% เป็น 4,078 ล้านบาท และ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) เพิ่มขึ้นเป็น 2.21 เท่า จากการกู้ยืมระยะยาวเพื่อซื้อที่ดินโครงการใหม่ ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2569 VRANDA มีรายได้รวม 336 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% YoY โดยรายได้หลักมาจากกิจการโรงแรมที่เติบโต 12% เป็น 332 ล้านบาท การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของโรงแรม โซ แบงคอก และการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของโรงแรม วีรันดา รีสอร์ท ภูเก็ต ออโตกราฟ คอลเลกชัน ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยและ RevPAR ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากกิจการโรงแรมอยู่ที่ 55% เพิ่มขึ้นจาก 52% ในปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ รายงานขาดทุนสุทธิ 69 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เทียบกับกำไร 12 ล้านบาทในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากรายการพิเศษจำนวน 66 ล้านบาท (ก่อนภาษี) ซึ่งรวมถึงการรับรู้ขาดทุนจากการชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนด 56 ล้านบาท เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้สิน หากพิจารณาเฉพาะผลประกอบการจากการดำเนินงานปกติ บริษัทฯ มีขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานปกติลดลง 51% เป็น 16 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2569 รายได้รวมอยู่ที่ 857 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY โดยรายได้จากกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้น 19% YoY บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 8 ล้านบาท ลดลง 86% YoY แต่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 662% เป็น 61 ล้านบาท โอกาส การฟื้นตัวและการเติบโตของธุรกิจโรงแรม: การกลับมาของโรงแรม โซ แบงคอก และการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของโรงแรมใหม่ในภูเก็ต เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ส่งผลต่อรายได้และอัตราการเข้าพัก การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์: การกระจายฐานลูกค้าและการติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ช่วยจำกัดผลกระทบต่อธุรกิจ การปรับโครงสร้างหนี้: การรีไฟแนนซ์หนี้สินจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินในระยะยาว และเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงิน การซื้อที่ดินสำหรับโครงการใหม่: แสดงถึงการมองหาโอกาสในการเติบโตในอนาคต ความเสี่ยง รายการพิเศษส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ: การรับรู้ขาดทุนจากการชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนดส่งผลให้ผลประกอบการสุทธิในไตรมาสนี้ดูแย่ลง การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน: การกู้ยืมระยะยาวเพื่อซื้อที่ดินโครงการใหม่ส่งผลให้ D/E ratio เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นภาระดอกเบี้ยในอนาคต ความผันผวนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว: การแข่งขันที่สูงขึ้น ปัจจัยภายนอก เช่น เศรษฐกิจโลก หรือสถานการณ์โรคระบาด อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และอัตราการเข้าพัก สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้ม RevPAR และอัตราการเข้าพัก: การเติบโตจะต่อเนื่องหรือไม่ โดยเฉพาะในโรงแรมที่เปิดใหม่ ผลจากการรีไฟแนนซ์หนี้: ต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจะส่งผลต่อกำไรสุทธิในไตรมาสถัดไปอย่างไร ความคืบหน้าของโครงการใหม่: การลงทุนในที่ดินใหม่จะนำไปสู่การพัฒนาโครงการที่สร้างรายได้ในอนาคตได้หรือไม่ การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย: การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) รายได้จากกิจการโรงแรม: เติบโต 12% YoY ใน Q2/69 และ 19% YoY ใน 6 เดือนแรกปี 2569 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการฟื้นตัวของโรงแรม โซ แบงคอก และการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของโรงแรม วีรันดา รีสอร์ท ภูเก็ต ออโตกราฟ คอลเลกชัน อัตราการเข้าพักเฉลี่ย: เพิ่มขึ้นจาก 52% เป็น 58% ใน Q2/69 และจาก 52% เป็น 67% ใน 6 เดือนแรกปี 2569 อัตราค่าห้องพักเฉลี่ย: เพิ่มขึ้น 2% ใน Q2/69 และ 10% ใน 6 เดือนแรกปี 2569 RevPAR: เพิ่มขึ้น 13% ใน Q2/69 และ 23% ใน 6 เดือนแรกปี 2569 สะท้อนถึงการบริหารจัดการราคาและการเข้าพักที่ดีขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นจากกิจการโรงแรม: อยู่ที่ 55% ใน Q2/69 และ 61% ใน 6 เดือนแรกปี 2569 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน แสดงถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ EBITDA จากการดำเนินงานปกติ: มีการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดย Q2/69 เพิ่มขึ้น 26% YoY และ 6 เดือนแรกปี 2569 เพิ่มขึ้น 31% YoY ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,921 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการซื้อที่ดินสำหรับโครงการใหม่ หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากสิ้นปี 2568 หลักๆ มาจากเงินกู้ยืมระยะยาวเพื่อซื้อที่ดินดังกล่าว ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 3% เป็น 1,843 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) อยู่ที่ 2.21 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E ratio) อยู่ที่ 1.77 เท่า เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ายังอยู่ในเงื่อนไขของสถาบันการเงินและมีการติดตามควบคุมอย่างต่อเนื่อง สรุปท้าย VRANDA ในไตรมาส 2 ปี 2569 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะรายได้และ RevPAR ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลให้ผลประกอบการจากการดำเนินงานปกติพลิกกลับมามีกำไร อย่างไรก็ตาม ขาดทุนสุทธิที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากรายการพิเศษจากการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งฝ่ายจัดการมองว่าเป็นปัจจัยบวกต่อความแข็งแกร่งทางการเงินในระยะยาว นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการเติบโตของรายได้โรงแรมอย่างต่อเนื่อง และผลกระทบจากการบริหารจัดการหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในโครงการใหม่.