Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin SINGER บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)

SINGER สรุปผลประกอบการ Q2/2569

SINGER Q2/2569: กำไรสุทธิพุ่งแรง 1,193% รับแรงหนุนจากสินเชื่อ Lock Phone โตต่อเนื่อง รายได้รวมโต 28.7% รับอานิสงส์สินเชื่อ Lock Phone ขยายตัวแรง ขณะที่ต้นทุนขายควบคุมได้ดี บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 149 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 1,193.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 28.7% เป็น 1,102 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการขยายตัวของธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือ (Lock Phone) ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการควบคุมต้นทุนการขายที่ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจกำไรอยู่ที่การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของพอร์ตสินเชื่อ Lock Phone และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ 1. หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SINGER ในไตรมาส 2/2569 คือ การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายและดอกเบี้ยรับจากสัญญาเช่าซื้อและเงินให้กู้ยืม ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการขยายตัวของ "สินเชื่อ Lock Phone" ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในไตรมาส 2/2569 บริษัทมียอดปล่อยสินเชื่อใหม่รวม 3,383 ล้านบาท โดย 97% เป็นสินเชื่อ Lock Phone ซึ่งเพิ่มขึ้น 59% เมื่อเทียบกับปีก่อน และสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่รวม 6,401 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อ Lock Phone ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 มีมูลค่า 8,441 ล้านบาท คิดเป็น 60% ของพอร์ตสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า นอกจากนี้ การควบคุมต้นทุนขาย ที่ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้จากการขาย (จาก 81.75% เป็น 83.88% ของรายได้จากการขาย) และ การลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ลดลง 25.3% ในไตรมาส และ 24.7% ใน 6 เดือน) ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรให้เติบโตอย่างโดดเด่น 2. ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของสินเชื่อ Lock Phone มาจากการที่บริษัทมี แพลตฟอร์ม SG Finance+ ที่ช่วยให้พนักงานขายและดีลเลอร์สามารถขายโทรศัพท์มือถือ Lock Phone ได้ดีขึ้น รวมถึงการ ขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในและนอกห้างสรรพสินค้า กลยุทธ์นี้สอดคล้องกับเป้าหมายและกลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัทฯ ที่เน้นการขยายพอร์ตสินเชื่อดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนเป็นอันดับ 1 ของพอร์ตสินเชื่อรวม และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป ส่วนการควบคุมต้นทุนขายเกิดจากการ บริหารจัดการต้นทุนขายของบริษัท ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง เนื่องจาก การปรับสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อ (Portfolio Mix) ไปสู่สินเชื่อที่สามารถควบคุมความเสี่ยง NPL ได้ดีขึ้น โดยสัดส่วนสินเชื่อรถทำเงินและสินเชื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าลดลง ขณะที่สินเชื่อ Lock Phone มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทคาดว่าแนวโน้มนี้จะต่อเนื่องในอนาคต 3. จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการมีมุมมองเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานในอนาคต จากการขยายตัวของสินเชื่อ Lock Phone ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการควบคุมคุณภาพสินเชื่อ นอกจากนี้ การเติบโตของรายได้จากการขายของบริษัทฯ เองก็ยังคงสูงขึ้นรายไตรมาส จากยอดขายโทรศัพท์มือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงการขยายช่องทางการขายทั้งดีลเลอร์และสาขาใหม่ๆ และการตลาดออนไลน์ที่กำลังเติบโต Highlight สำคัญ กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ Q2/2569 พุ่ง 1,193.9% YoY แตะ 149 ล้านบาท และ 6 เดือนแรกโต 2,185.7% YoY แตะ 292 ล้านบาท รายได้รวม Q2/2569 เติบโต 28.7% YoY เป็น 1,102 ล้านบาท และ 6 เดือนแรกโต 30.3% YoY เป็น 2,115 ล้านบาท ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ Lock Phone เติบโตโดดเด่น Q2/2569 เพิ่ม 59% YoY เป็น 3,280 ล้านบาท (97% ของยอดปล่อยใหม่) และ 6 เดือนแรกเพิ่ม 64% YoY เป็น 6,221 ล้านบาท (97% ของยอดปล่อยใหม่) พอร์ตสินเชื่อ Lock Phone ณ สิ้น Q2/2569 สูงถึง 8,441 ล้านบาท คิดเป็น 60% ของพอร์ตสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 30% QoQ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง Q2/2569 ลดลง 25.3% YoY และ 6 เดือนแรก ลดลง 24.7% YoY จากการปรับ Portfolio Mix ไปสู่สินเชื่อ Lock Phone ที่ควบคุมความเสี่ยงได้ดีขึ้น ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 กลุ่มบริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิของบริษัทใหญ่จำนวน 149 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,193.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสำหรับงวด 6 เดือนของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 292 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,185.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้รวมสำหรับงวด 3 เดือนเพิ่มขึ้น 28.7% เป็น 1,102 ล้านบาท และสำหรับงวด 6 เดือนเพิ่มขึ้น 30.3% เป็น 2,115 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โอกาส การเติบโตต่อเนื่องของสินเชื่อ Lock Phone: เป็นผลิตภัณฑ์หลักที่บริษัทฯ มุ่งเน้นและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในอนาคต การขยายสาขาและช่องทางการขาย: ทั้งช่องทางดีลเลอร์และสาขาใหม่ๆ รวมถึงการตลาดออนไลน์ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและสนับสนุนยอดขาย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่: การเปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ที่มีต้นทุนต่ำลงและสามารถล็อคการใช้งานได้ จะช่วยยกระดับอัตรากำไร Digital Transformation: การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการขาย การบริการ และการบริหารจัดการ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ดีขึ้น การบริหารจัดการสินค้ามือสอง: บริษัทฯ สามารถลดระดับสินค้าคงเหลือประเภทสินค้ามือสองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความเสี่ยง การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน: จากการออกหุ้นกู้ของบริษัทย่อย ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น การแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อ: ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อรายย่อยมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยและคุณภาพสินทรัพย์ ความเสี่ยงด้านเครดิต: แม้จะมีการปรับ Portfolio Mix แต่การปล่อยสินเชื่อยังคงมีความเสี่ยงด้าน NPL ที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด การเปลี่ยนแปลงนโยบำยภาครัฐ: นโยบายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสินเชื่อและการเงิน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ Lock Phone: ติดตามสัดส่วนและคุณภาพของสินเชื่อ Lock Phone ที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต อัตราการควบคุมต้นทุน: การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น: การบริหารจัดการความเสี่ยง NPL ของพอร์ตสินเชื่อที่หลากหลาย ความคืบหน้าของโครงการ Jump+: การดำเนินงานตามกลยุทธ์ 3 ด้าน โดยเฉพาะการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายช่องทางขาย การนำเทคโนโลยีมาใช้: การประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลในการเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างรายได้ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) รายได้จากการขาย: เติบโตสูง 90.8% YoY ใน Q2/2569 และ 93.7% YoY ใน 6 เดือนแรก เป็นผลจากการขายโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการมีแพลตฟอร์ม SG Finance+ และการขยายสาขา ดอกเบี้ยรับจากสัญญาเช่าซื้อและเงินให้กู้ยืม: เพิ่มขึ้น 15.3% YoY ใน Q2/2569 และ 17.8% YoY ใน 6 เดือนแรก จากการขยายตัวของสินเชื่อ Lock Phone ต้นทุนขาย: ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้จากการขาย สะท้อนถึงการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืม: เพิ่มขึ้น 475 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 โดยลูกหนี้เช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและอื่นๆ เพิ่มขึ้น 25.8% จากการเติบโตของสินเชื่อ Lock Phone ขณะที่ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมลดลง 22.5% จากการรับชำระคืนและนโยบายลดการปล่อยสินเชื่อรถทำเงิน ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวม: ณ สิ้น Q2/2569 อยู่ที่ 17,792 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% จากสิ้นปี 2568 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 19.9% และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 12.6% เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด: อยู่ที่ 1,943 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จากสิ้นปี 2568 หนี้สินรวม: อยู่ที่ 2,432 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.6% จากสิ้นปี 2568 เนื่องจากการออกหุ้นกู้ 700 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น: อยู่ที่ 15,361 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 466 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 จากผลกำไรจากการดำเนินงาน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน: อยู่ที่ 0.18 เท่า เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินจากการออกหุ้นกู้ กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน: 107 ล้านบาท ลดลง 221 ล้านบาท YoY เนื่องจากมีการขยายการปล่อยสินเชื่อ Lock Phone มากขึ้น สรุปท้าย SINGER โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 1,193.9% YoY เป็น 149 ล้านบาท จากแรงหนุนหลักของ สินเชื่อ Lock Phone ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในพอร์ตสินเชื่อรวม ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น บริษัทฯ ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางการดำเนินงานในอนาคต โดยมีแผนขยายธุรกิจผ่านกลยุทธ์สำคัญภายใต้โครงการ Jump+ และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และกำไรในระยะยาว แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงด้านต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้ แต่บริษัทฯ ยังคงมีสภาพคล่องเพียงพอต่อการดำเนินงานและชำระคืนหนี้สิน.