Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa WHAUP บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)

WHAUP โชว์ฟอร์มแกร่งกำไรพุ่งทะยาน รับอานิสงส์ Data Center หนุนอนาคตสดใส

ผลประกอบการโดดเด่นเกินคาด บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) รายงานผลการดำเนินงานของ WHAUP ในไตรมาส 2/2569 โดยมีกำไรปกติอยู่ที่ 502 ล้านบาท เติบโตแข็งแกร่งถึง 116% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) และพุ่งขึ้น 150% จากไตรมาสก่อนหน้า (q-q) ซึ่งถือว่าดีกว่าที่ตลาดและ KSS คาดการณ์ไว้ถึง 7% และ 12% ตามลำดับ โดยปัจจัยบวกหลักมาจากปริมาณการขายน้ำที่เติบโตเด่น +10% y-y ในทุกกลุ่มลูกค้า รวมถึงการกลับมาเดินเครื่องเต็มไตรมาสของโรงไฟฟ้า IPP อย่าง Gheco-1 ภายใต้ต้นทุนถ่านหินที่ลดลง ส่งผลให้กำไรปกติครึ่งปีแรก (1H26) คิดเป็น 47% ของประมาณการทั้งปีที่ 1.5 พันล้านบาท แนวโน้มธุรกิจและการเติบโตในอนาคต สำหรับไตรมาส 3/2569 คาดการณ์ว่ากำไรปกติจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 500 ล้านบาท แม้จะเผชิญกับฐานที่สูงในปีก่อน แต่ได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายน้ำที่เติบโตต่อเนื่อง และส่วนแบ่งกำไรจาก Gheco-1 ที่ฟื้นตัวแรงจากการลดลงของผลขาดทุนจากสต็อกถ่านหิน ซึ่งช่วยกลบผลกระทบจากต้นทุนก๊าซที่เพิ่มขึ้นได้ ทั้งนี้ WHAUP ถือเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์เชิงโครงสร้างจากกระแสการลงทุน Data Center ในประเทศไทยที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มุมมองการลงทุนและราคาเป้าหมาย KSS แนะนำ "ซื้อ" โดยปรับราคาเป้าหมายปี 2570 (TP27F) ขึ้นเป็น 9.70 บาทต่อหุ้น (จากเดิม 9.30 บาทต่อหุ้น) โดยใช้วิธีประเมินมูลค่าแบบ SOTP นักวิเคราะห์มองว่า Valuation ของหุ้นยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจและไม่แพง เมื่อพิจารณาจากค่า 3-year forward PEG ที่ซื้อขายเพียง 0.74 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงโอกาสในการเติบโตที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคาปัจจุบัน สรุปภาพรวมการลงทุน โดยรวม WHAUP มีสถานะทางการเงินและการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งจากธุรกิจน้ำและไฟฟ้าที่ฟื้นตัวพร้อมกัน การเป็นหุ้นในธีม Data Center ช่วยเพิ่มความน่าสนใจในระยะยาว ประกอบกับราคาหุ้นที่ยังซื้อขายไม่แพงเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโต จึงถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมสำหรับการเข้าลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต