Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SAPPE บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน)

SAPPE ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว โบรกเกอร์ PI ปรับคำแนะนำเป็น ซื้อ

แนวโน้มการเติบโตที่สดใส โบรกเกอร์ PI ได้ปรับคำแนะนำหุ้น SAPPE จากเดิม "ถือ" เป็น "ซื้อ" โดยกำหนดราคาเป้าหมายพื้นฐานไว้ที่ 45.00 บาท ซึ่งมีอัปไซด์จากราคาปัจจุบันประมาณ 31% โดยนักวิเคราะห์ใช้วิธีคำนวณจาก PE Multiple ที่ 16 เท่าของปี 2570 ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มเครื่องดื่ม ทั้งนี้ได้มีการปรับประมาณการกำไรปี 2569-2570 ขึ้น 1%-7% เพื่อสะท้อนถึงทิศทางยอดขายที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า วิเคราะห์ผลประกอบการ Q2/2569 บริษัทรายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 189 ล้านบาท (-24% YoY) และมีกำไรปกติ 185 ล้านบาท (-24% YoY, +2% QoQ) โดยผลประกอบการที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้ามีสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ชะลอตัวในบางตลาดและค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่สูงขึ้นเพื่อสร้างแบรนด์ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเพียงเล็กน้อย (10 bps YoY) เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นและค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเข้ามาช่วยชดเชยต้นทุนเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้น ข้อสังเกตและปัจจัยหนุนในครึ่งปีหลัง นักวิเคราะห์มองว่าผลประกอบการของ SAPPE ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยคาดการณ์ว่ากำไรจะกลับมาเติบโตได้ในครึ่งปีหลังของปี 2569 (2H26) โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของยอดขายในอินโดนีเซียผ่านตัวแทนจำหน่ายรายที่ 2 รวมถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในตลาดฟิลิปปินส์ อินเดีย และการขยายจุดจำหน่ายในอเมริกาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าตลาดในตะวันออกกลางจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ แต่บริษัทก็สามารถชดเชยด้วยยอดขายจากภูมิภาคอื่นได้ สรุปภาพรวมการลงทุน ในภาพรวม SAPPE ยังคงมีจุดแข็งด้าน Brand Positioning ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลกได้ชัดเจน การลงทุนเพื่อขยายตลาดในอนาคตยังคงดำเนินไปตามแผน แม้จะมีแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น แต่ด้วยกลยุทธ์การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและการฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศที่สำคัญ จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักให้กำไรกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่นอีกครั้งในปี 2570