Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa PTTGC บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

PTTGC โชว์กำไร Q2/69 พุ่งกระฉูด 278% พร้อมลุ้นจ่ายปันผลระหว่างกาล

ไฮไลท์สำคัญ: ผลงานโดดเด่นเกินคาด บล.เอเซียพลัส (ASPS) รายงานผลการดำเนินงานของ PTTGC ในไตรมาส 2/2569 ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 278.7% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งถือว่า ดีกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงหนุนหลักจากกำไรจากการดำเนินงานปกติที่พุ่งสูงขึ้น 138.3% QoQ มาอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท เจาะลึกเนื้อหา: ปัจจัยบวกจากทุกกลุ่มธุรกิจ ความสำเร็จในไตรมาสนี้มาจากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจปิโตรเคมีโอเลฟินส์และโพลีเมอร์ที่ได้อานิสงส์จาก Margin ที่เพิ่มขึ้นจากปัญหา Supply Disruption และอัตราการใช้กำลังการผลิต (U.rate) ที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงธุรกิจอะโรเมติกส์ที่รับผลบวกจาก P2F ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 329 เหรียญฯ ต่อตัน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของธุรกิจโรงกลั่นมีกำไรลดลง QoQ จากค่าการกลั่น (GRM) ที่ปรับตัวลดลงเหลือ 15.6 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล จากผลกระทบของ Crude Premium และนโยบายภาครัฐ ทั้งนี้ กำไรปกติในช่วงครึ่งปีแรก (1H69) อยู่ที่ 2.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 81.1% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2569 ข้อสังเกต: ความเสี่ยงที่ต้องจับตาในครึ่งปีหลัง ฝ่ายวิจัย ASPS ประเมินว่ากำไรในช่วงครึ่งปีหลัง (2H69) มีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากครึ่งปีแรก เนื่องจากสมมติฐานสถานการณ์สงครามที่อาจคลี่คลายลง ส่งผลให้ค่าการกลั่นและ Spread ปิโตรเคมีมีแนวโน้มลดลงสู่ภาวะปกติ นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจาก การบันทึกขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน และความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน เช่น การหยุดฉุกเฉินของโรงงาน (Unplanned Shutdown) และนโยบายแทรกแซงราคาจากภาครัฐที่อาจกดดันผลประกอบการ ส่วนสรุป: คำแนะนำการลงทุนและราคาเป้าหมาย บล.เอเซียพลัส ประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2570 ของ PTTGC ไว้ที่ 42.00 บาทต่อหุ้น โดยแนะนำให้นักลงทุนเน้นการซื้อขายตามรอบ (Trading) ตามราคาและ Spread ผลิตภัณฑ์ พร้อมรอลุ้นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคาดการณ์เงินปันผลทั้งปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 1.5 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 4.06% ทั้งนี้ แนวโน้มราคาหุ้นในเชิงเทคนิคเป็นแบบ Sideway Up โดยมีแนวรับที่ 36.25-37.75 บาท และแนวต้านที่ 41.50 บาท