Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SCC บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)

SCC ลุ้นกำไรปี 2569 โตแกร่ง โบรกฯ มองเป็นโอกาสสะสมรับส่วนต่างราคา

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC กำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตที่น่าสนใจ โดยนักวิเคราะห์จาก บล.โกลเบล็ก (Globlex) ประเมินว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวได้ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะในครึ่งปีหลังของปี 2569 ที่ได้รับแรงหนุนจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้จะมีการปรับตัวลงบ้างจากจุดสูงสุดในไตรมาส 2/2569 ก็ตาม วิเคราะห์ผลประกอบการและแนวโน้มการเติบโต หลังจากที่ SCC โชว์กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่แข็งแกร่งถึง 1.08 หมื่นล้านบาท (+5 เท่าจากไตรมาสก่อน และ +2.6 เท่าจากปีก่อน) จากส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่พุ่งสูงขึ้น ทาง บล.โกลเบล็ก มองว่ากำไรในครึ่งปีหลังจะยังคงได้รับปัจจัยบวกจากธุรกิจปิโตรเคมี โดยเฉพาะสายโอเลฟินส์ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีในเดือนสิงหาคม ทั้งนี้ บล.โกลเบล็ก ได้ให้ราคาเป้าหมาย (SoTP) ไว้ที่ 296 บาท โดยแนะนำ "ซื้อ" เนื่องจากเชื่อว่ากำไรสุทธิในปี 2569 มีโอกาสสูงที่จะสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 2.08 หมื่นล้านบาท ข้อสังเกตและปัจจัยสนับสนุน นักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นถึงกลยุทธ์ "Margin over Volume" หรือการเน้นส่วนต่างกำไรมากกว่าปริมาณขาย ซึ่งเป็นจุดแข็งของ SCC ในช่วงที่สถานการณ์โลกมีความผันผวน นอกจากนี้ ธุรกิจที่ไม่ใช่ปิโตรเคมี ทั้งธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง, SCGP, SJWD และ SCGD ยังคงสร้างกำไรสุทธิได้สม่ำเสมอในระดับ 6-8 พันล้านบาทต่อไตรมาส ซึ่งเป็น ผลบวก ที่ช่วยพยุงฐานกำไรของบริษัทได้อย่างมั่นคง แม้จะมีประเด็นเรื่องความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ทางโบรกเกอร์มองว่าเป็นสถานการณ์ที่ SCC สามารถปรับตัวได้ดีผ่านการบริหารจัดการวัตถุดิบและส่วนต่างราคาที่ยืดหยุ่น ส่วนสรุปการลงทุน บล.โกลเบล็ก เชื่อมั่นว่าราคาหุ้น SCC มีโอกาส Outperform หรือทำผลงานได้ดีกว่ากลุ่มปิโตรเคมีและตลาดโดยรวมในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า จากแนวโน้มกำไรที่อาจสร้างเซอร์ไพรส์ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ของปี 2569 นักลงทุนที่มองหาหุ้นพื้นฐานดีที่มีความพร้อมทั้งด้านกระแสเงินสดและสินทรัพย์ จึงถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจในการเข้าสะสมเพื่อรับการเติบโตในระยะถัดไป