Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SYNEX บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

SYNEX ลุ้นผลงานครึ่งปีหลังโตเด่น รับอานิสงส์มาร์จิ้นสินค้าใหม่และกำไรจาก NCAP

ไฮไลท์สำคัญ โบรกเกอร์ KGI คงคำแนะนำ "Outperform" สำหรับหุ้น SYNEX โดยปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 อยู่ที่ 11.00 บาท แม้จะเผชิญความท้าทายจากภาวะสินค้าขาดแคลน (Tight Supply) ที่คาดว่าจะลากยาวไปจนถึงปี 2570 แต่บริษัทมีกลยุทธ์บริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับพอร์ตสินค้าไปสู่กลุ่มที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น และได้รับปัจจัยบวกจากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นของ NCAP ซึ่งจะช่วยหนุนผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังให้เติบโตต่อเนื่อง วิเคราะห์เจาะลึกผลประกอบการ นักวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-2570 ขึ้น 6-10% โดยมองว่าแม้รายได้อาจได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนสินค้าในระยะสั้น โดยเฉพาะกลุ่ม Apple ก่อนการเปิดตัว iPhone ใหม่ในไตรมาส 3 แต่บริษัทสามารถชดเชยด้วย อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ที่ปรับตัวดีขึ้น 5-6 bps จากการปรับ Product Mix ที่เน้นสินค้าและบริการที่มีมาร์จิ้นสูง สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะทรงตัวหรือปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เนื่องจากเป็นช่วงนอกฤดูกาลขาย แต่ภาพรวมทั้งปี 2569 คาดกำไรปกติจะเติบโตได้ถึง 16% และต่อเนื่องอีก 12% ในปี 2567 ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม บริษัทกำลังเปลี่ยนผ่านจากผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอทีแบบดั้งเดิมไปสู่การเป็น ผู้ให้บริการระบบนิเวศไอทีแบบครบวงจร (IT Ecosystem) ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ (Recurring Income) มากขึ้น ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ประเมินมูลค่าหุ้นโดยใช้ PER แบบถ่วงน้ำหนักที่ 11.0x ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงที่แตกต่างกันระหว่างธุรกิจหลักและธุรกิจ Non-bank อย่าง NCAP ที่มีสัดส่วนกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 24% ของกำไรปกติ อย่างไรก็ตาม ต้องระวังความเสี่ยงจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรง การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี และความผันผวนของค่าเงินที่อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงิน สรุปภาพรวมการลงทุน SYNEX ยังคงเป็นหุ้นที่น่าสนใจด้วยแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ชัดเจนในระยะกลางถึงยาว โดย KGI มองว่าปัจจัยลบเรื่องสินค้าขาดแคลนจะเริ่มคลี่คลายลง ประกอบกับกลยุทธ์การมุ่งเน้นสินค้ามาร์จิ้นสูงจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับฐานกำไร นอกจากนี้ บริษัทยังมี อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่น่าสนใจประมาณ 6% ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนในภาวะตลาดปัจจุบัน