Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SYNEX บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

SYNEX ปรับพอร์ตสู่ธุรกิจมาร์จิ้นสูง รับคลื่น AI หนุนกำไรโตแกร่ง

โบรกเกอร์แนะ "ซื้อ" เคาะราคาเป้าหมาย 11.17 บาท บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHS) ออกบทวิเคราะห์หุ้น SYNEX โดยให้คำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 11.17 บาทต่อหุ้น โดยมองว่าราคาปัจจุบันยังไม่สะท้อนคุณภาพกำไรที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับวิธีคิดราคาเป้าหมายอ้างอิงจาก Valuation ที่ระดับ 12.7 เท่าของ P/E ปี 2569 ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมกับการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่โมเดลที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น เจาะลึกผลประกอบการและกลยุทธ์การเติบโต ผลการดำเนินงานในช่วง 1H69 มีความโดดเด่น โดยอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3.96% จาก 3.82% ในปีก่อนหน้า อานิสงส์หลักมาจากราคาชิ้นส่วนไอทีที่พุ่งสูงขึ้นตามกระแส AI Wave โดยเฉพาะ DRAM ที่ราคาเพิ่มขึ้น +505% YoY และ SSD เพิ่มขึ้น +263% YoY นอกจากนี้ บริษัทยังรุกธุรกิจใหม่ที่มีมาร์จิ้นสูง เช่น ธุรกิจโซล่าเซลล์ที่เติบโต +913% YoY และเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าที่โตถึง +1,751% YoY รวมถึงการขยายโมเดล Device-as-a-Service (DaaS) และระบบเทรดอิน SWOPMART เพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่องและลดความผันผวนจากยอดขายสินค้า Consumer แบบเดิม ข้อสังเกตและแนวโน้มครึ่งปีหลัง แนวโน้มในช่วง 2H69 ยังคงสดใสจากการสต็อกสินค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 1.4 พันล้านบาท เพื่อรองรับงานโครงการใหม่ๆ และการฟื้นตัวของยอดขายกลุ่ม Apple จากการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ที่มี ASP สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมี ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามคือภาวะ Memory Shortage ที่อาจกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ รวมถึงความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อโดยรวมของตลาด สรุปภาพรวมการลงทุน SYNEX กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านธุรกิจที่สำคัญ โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่ม IT Commercial และ Enterprise Solution มากขึ้น ซึ่งช่วยหนุนให้ NPM ในช่วง 1H69 ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 1.91% จาก 1.65% ในปีก่อนหน้า แม้จะมีค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายทีมงานเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว แต่ด้วยความแข็งแกร่งของ Ecosystem และการเป็นพันธมิตรกับ AWS ในฐานะ Advanced Tier Services Partner ทำให้บริษัทมีโอกาสเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต