Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa CRC บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

CRC เดินหน้าขยายอาณาจักรซุปเปอร์มาร์เก็ต ทุ่มงบลงทุนซื้อกิจการ แม็กซ์แวลู 30 สาขา

ไฮไลท์สำคัญ: การขยายเครือข่ายเชิงกลยุทธ์ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ประกาศเข้าลงทุนในสัดส่วน 100% ในบริษัท อิออน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจซุปเปอร์มาร์เก็ตภายใต้แบรนด์ “แม็กซ์แวลู” (MaxValu) จำนวน 30 สาขา โดยใช้กระแสเงินสดภายในบริษัทเป็นแหล่งเงินทุนหลัก การลงทุนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อขยายเครือข่ายในทำเลยุทธศาสตร์ พร้อมรับฐานลูกค้าใหม่กว่า 900,000 รายทันที และเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตอาหารพร้อมทานให้มีความหลากหลายมากขึ้น มุมมองโบรกเกอร์และราคาเป้าหมาย สายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส (ASPS) มีมุมมองเชิงบวกเล็กน้อยต่อดีลนี้ แม้คาดว่าจะมีผลกระทบเชิงลบต่อกำไรในช่วงปี 2569-2570 เนื่องจากปัจจุบันแม็กซ์แวลูมีผลขาดทุนราว 200 ล้านบาทต่อปี แต่เชื่อมั่นว่าการรวมกิจการภายใต้ “ท็อปส์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต” จะช่วยสร้าง Synergy และประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) จนถึงจุดคุ้มทุนได้ในปีหน้า ทั้งนี้ ASPS คงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ไว้ที่ 8.2 พันล้านบาท (+1% YoY) และปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 27.50 บาท (อิง PER 18.0 เท่า) พร้อมคงคำแนะนำ “Trading” ข้อสังเกตด้านการเงินและผลประกอบการ ในแง่ของสถานะทางการเงิน บริษัทระบุว่าการลงทุนครั้งนี้ไม่ได้ใช้เงินลงทุนสูงจนกระทบต่อสัดส่วนหนี้สินต่อทุนอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 2,789 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.3% YoY โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำไรจะฟื้นตัวได้ดีในช่วง 4Q69 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2Q69-3Q69 อาจเห็นกำไรหดตัว QoQ เนื่องจากเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจค้าปลีก สรุปภาพรวมการลงทุน การเข้าซื้อกิจการแม็กซ์แวลูถือเป็นก้าวสำคัญของ CRC ในการยึดทำเลศักยภาพและเพิ่มฐานลูกค้า แม้ในระยะสั้นจะมีภาระจากผลขาดทุนของกิจการที่เข้าไปซื้อ แต่ในระยะยาวถือเป็น ผลบวกต่อการเติบโตของธุรกิจซุปเปอร์มาร์เก็ต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและกำลังซื้อที่ลดลง รวมถึงการแข่งขันที่สูงในอุตสาหกรรม ซึ่งอาจเป็น ปัจจัยกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้น ในอนาคต