2026-08-10T17:36:07+00:00 fin TWPC บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) TWPC กำไรสุทธิ Q2/2569 หาย 73% กดดันจากต้นทุนหัวมัน-ความขัดแย้งโลก รายได้โต 1.8% แต่ต้นทุนพุ่งฉุดกำไรสุทธิวูบ 73% ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยกดดันหลักจากราคาหัวมัน-ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) หรือ TWPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 18.1 ล้านบาท ลดลง 73.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโต 1.8% มาอยู่ที่ 2,343.2 ล้านบาท โดยได้รับแรงกดดันจากต้นทุนหัวมันสำปะหลังที่สูงขึ้นอย่างมาก และผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน Hero: หัวใจกำไร — ต้นทุนหัวมันพุ่ง-ความขัดแย้งโลก กดดัน GPM ดิ่ง 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ TWPC ในไตรมาส 2 ปี 2569 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ การปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากของต้นทุนหัวมันสำปะหลัง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขาย และ ผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ที่ส่งผลต่อต้นทุนพลังงาน ค่าระวางขนส่ง และต้นทุนบรรจุภัณฑ์ ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงถึง 20.3% YoY จาก 487.1 ล้านบาท เหลือ 388.0 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงจาก 21.2% เป็น 16.6% ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลงถึง 73.2% YoY 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ต้นทุนหัวมันสำปะหลังที่สูงขึ้น เกิดจากภาวะอุปทานหัวมันที่ตึงตัวในประเทศไทย อันเป็นผลมาจากภัยแล้ง การแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง และอัตราการปลูกทดแทนที่ต่ำ ทำให้ราคาหัวมันสดปรับเพิ่มขึ้น 11.3% QoQ และราคาแป้งมันสำปะหลังในประเทศเพิ่มขึ้น 34.0% QoQ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขายของธุรกิจแป้ง ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงาน ค่าระวางขนส่ง และต้นทุนบรรจุภัณฑ์ (เม็ดพลาสติก ฟิล์ม และพอลิเมอร์) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้บริษัทฯ จะมีมาตรการบริหารความเสี่ยง เช่น การจัดหาวัตถุดิบจากหลายภูมิภาคและการจัดหาล่วงหน้า แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนหัวมันสำปะหลังจะยังคงอยู่ในระดับสูงในปี 2569 และอาจยืดเยื้อออกไปถึงปี 2570 จากความเสี่ยงภาวะซูเปอร์เอลนีโญที่อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตมันสำปะหลังทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ ผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านต่อต้นทุนพลังงาน ค่าระวางขนส่ง และต้นทุนบรรจุภัณฑ์ คาดว่าจะยังคงส่งผลต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ Q2/2569 ลดลง 73.2% YoY อยู่ที่ 18.1 ล้านบาท จาก 67.6 ล้านบาทในปีก่อน รายได้รวม Q2/2569 เพิ่มขึ้น 1.8% YoY อยู่ที่ 2,343.2 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง จาก 21.2% เป็น 16.6% เนื่องจากต้นทุนหัวมันสำปะหลังและต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น ธุรกิจอาหารมีอัตรากำไรดีขึ้น สัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจอาหารต่อกำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้นจาก 46.8% เป็น 60.0% ใน Q2/2569 ปริมาณการจำหน่ายธุรกิจแป้งลดลง 8.4% ใน Q2/2569 โดยเฉพาะแป้งดิบลดลง 13.9% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 3.7% YoY สะท้อนการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 12.0% จากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 34.6% จากการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเพื่อรองรับการลงทุนและเงินทุนหมุนเวียน ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2569 TWPC มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 18.1 ล้านบาท ลดลง 73.2% YoY จาก 67.6 ล้านบาท ในขณะที่รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 1.8% YoY เป็น 2,343.2 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 21.2% เป็น 16.6% โดยได้รับผลกระทบจากต้นทุนหัวมันสำปะหลังที่สูงขึ้น และความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน สำหรับครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 139.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% YoY จาก 138.3 ล้านบาท รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 3.5% YoY เป็น 4,762.1 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 22.8% เป็น 18.9% เนื่องจากต้นทุนหัวมันสำปะหลังที่สูงขึ้น โอกาส การปรับพอร์ตสู่ธุรกิจอาหารและ Specialty Ingredients (HVA) ช่วยกระจายฐานกำไรและลดแรงกดดันจากธุรกิจแป้งดิบ การเติบโตของธุรกิจอาหารในเวียดนาม (TWV) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของ TWPC การขยายการใช้งานผลิตภัณฑ์ Specialty Ingredients (HVA) ในภูมิภาคเดิมและใหม่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ก๋วยเตี๋ยวเรือพริกคั่ว และขนมเส้นกรอบ ภายใต้แบรนด์กิเลนคู่ การขยายเครือข่ายการจัดจำหน่าย ทั้งในประเทศและภูมิภาคสำหรับธุรกิจอาหาร การเติบโตของตลาดอาหารทั่วโลก และกลุ่มผลิตภัณฑ์ Future Food ของไทย ความเสี่ยง ต้นทุนหัวมันสำปะหลังที่อยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากภาวะอุปทานตึงตัวและผลกระทบจากภาวะซูเปอร์เอลนีโญ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงาน ค่าระวางขนส่ง และต้นทุนบรรจุภัณฑ์ ความเสี่ยงจากภาวะซูเปอร์เอลนีโญ อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตมันสำปะหลังในภูมิภาค ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ (เม็ดพลาสติก ฟิล์ม และพอลิเมอร์) ปรับตัวสูงขึ้น การส่งออกอาหารไทยเผชิญแรงกดดันระยะสั้น จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและค่าเงินบาทแข็งค่า อุปทานมันสำปะหลังในจีนมีแนวโน้มอ่อนตัวในระยะสั้น สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มราคาหัวมันสำปะหลังและผลกระทบจากภาวะซูเปอร์เอลนีโญ ต่ออุปทานในครึ่งหลังของปี 2569 และปี 2570 การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนบรรจุภัณฑ์ ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเติบโตของธุรกิจอาหารในเวียดนาม และการขยายตลาดส่งออกอาหาร การปรับพอร์ตสู่ผลิตภัณฑ์ Specialty Ingredients (HVA) และผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง เพื่อรองรับยอดขายในอนาคตและลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) ธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง: รายได้รวมธุรกิจแป้ง Q2/2569 เพิ่มขึ้น 1.4% YoY เป็น 1,656.8 ล้านบาท โดยรายได้จากแป้งดิบเพิ่มขึ้น 8.0% YoY เป็น 867.5 ล้านบาท ปริมาณการจำหน่ายแป้งดิบลดลง 13.9% YoY ใน Q2/2569 ปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Specialty Ingredients (HVA) ทรงตัว เพิ่มขึ้น 0.5% YoY ใน Q2/2569 อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจแป้งถูกกดดันอย่างหนัก จากต้นทุนหัวมันสำปะหลังที่สูงขึ้นมาก ทำให้ GPM ลดลงจาก 21.2% เป็น 16.6% ใน Q2/2569 บริษัทฯ เดินหน้ายกระดับมูลค่าผลิตภัณฑ์ จากแป้งดัดแปรสู่ผลิตภัณฑ์ผสมขั้นกลางและพรีมิกซ์ที่มีกำไรสูงขึ้น ธุรกิจอาหาร: รายได้รวมธุรกิจอาหาร Q2/2569 ทรงตัว YoY อยู่ที่ 647.4 ล้านบาท ธุรกิจอาหารในเวียดนาม (TWV) ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง ยอดขายเติบโตในระดับเลขสองหลักในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจอาหารปรับตัวดีขึ้น สัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจอาหารต่อกำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้นจาก 46.8% เป็น 60.0% ใน Q2/2569 การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น เส้นหมี่ก๋วยเตี๋ยวเรือพริกคั่ว และขนมเส้นกรอบหนวดมังกร ภายใต้แบรนด์กิเลนคู่ ธุรกิจอาหารพร้อมรับประทาน (RTE) ยังคงเติบโต ทั้งปริมาณและอัตรากำไรขั้นต้น ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวม ณ 30 มิ.ย. 2569 เพิ่มขึ้น 12.0% เป็น 9,082.2 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ หนี้สินรวม ณ 30 มิ.ย. 2569 เพิ่มขึ้น 34.6% เป็น 3,427.0 ล้านบาท จากการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม ณ 30 มิ.ย. 2569 เพิ่มขึ้น 1.6% เป็น 5,655.2 ล้านบาท เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ 30 มิ.ย. 2569 เพิ่มขึ้น 53.9 ล้านบาท เป็น 1,009.4 ล้านบาท กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 116.1 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินทุนหมุนเวียน กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 449.5 ล้านบาท จากการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน 593.5 ล้านบาท จากการกู้ยืมเงิน สรุปท้าย TWPC เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างหนักในไตรมาส 2 ปี 2569 จากราคาหัวมันสำปะหลังที่พุ่งสูงขึ้น และผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้รวมจะเติบโตและธุรกิจอาหารจะยังคงมีอัตรากำไรที่ดีขึ้น แต่ปัจจัยลบด้านต้นทุนยังคงเป็นความท้าทายหลักที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะแนวโน้มราคาหัวมันสำปะหลังที่คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงเชิงรุก การควบคุมต้นทุน และการปรับพอร์ตสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เพื่อบรรเทาผลกระทบและสร้างการเติบโตในระยะยาว