Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin CFARM บริษัท ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) จำกัด (มหาชน)

CFARM กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 69 พุ่ง 397.84% รับบริหารต้นทุน-รายได้ดี

รายได้จากการเลี้ยงไก่เนื้อโต 14.14% ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายถูกควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัท ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) จำกัด (มหาชน) หรือ CFARM รายงานผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 7,866 พันบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 397.84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการเลี้ยงไก่เนื้อตามพันธะสัญญา Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากราคาสินค้า/วัตถุดิบ, volume ขาย-ผลิต, GPM, FX/ส่งออก, ฤดูกาล, หรือ stock gain/loss 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ CFARM ในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 คือ การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เข้มงวด ควบคู่กับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการเลี้ยงไก่เนื้อตามพันธะสัญญา ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 397.84% โดยมีปัจจัยหนุนจากการที่ระยะพักเล้าลดลง ทำให้สามารถนำไก่เข้าเลี้ยงได้เพิ่มขึ้น 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการเลี้ยงไก่เนื้อตามพันธะสัญญาในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 109,254 พันบาท เพิ่มขึ้น 14.14% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลมาจากการบริหารจัดการที่ทำให้ประสิทธิภาพการเลี้ยงดีขึ้น โดยน้ำหนักไก่เฉลี่ยต่อตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 2.720 กก./ตัว เป็น 2.732 กก./ตัว ในขณะเดียวกัน ต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการเลี้ยงไก่เนื้ออยู่ที่ 84,519 พันบาท คิดเป็น 77.36% ของรายได้ เพิ่มขึ้น 4.39% จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากค่าวัคซีนและเวชภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันโรคระบาด อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดี โดยลดลง 2,301 พันบาท เนื่องจากค่าประชาสัมพันธ์และโบนัสพนักงานประจำปีลดลง นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังลดลง 30.68% จากการชำระคืนเงินกู้ตามกำหนด การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมเหล่านี้ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 7,866 พันบาท คิดเป็น 7.20% ของรายได้ จากเดิมที่ติดลบ 2.76% ในปีก่อน 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่บริษัทฯ มีการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ในระยะยาว นอกจากนี้ การที่ระยะพักเล้าลดลงทำให้สามารถนำไก่เข้าเลี้ยงได้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อปริมาณการผลิต อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัคซีนและเวชภัณฑ์เพื่อป้องกันโรคระบาดอาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2569 เติบโต 397.84% แตะ 7,866 พันบาท จากเดิมที่ติดลบ 2.76% ในปีก่อน รายได้จากการเลี้ยงไก่เนื้อตามพันธะสัญญาเพิ่มขึ้น 14.14% ในไตรมาส 2/2569 เป็น 109,254 พันบาท จากการบริหารจัดการที่ทำให้ประสิทธิภาพการเลี้ยงดีขึ้น ต้นทุนและค่าใช้จ่ายถูกควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ต้นทุนวัตถุดิบ (วัคซีน, เวชภัณฑ์) เพิ่มขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง และต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สินทรัพย์รวมลดลง 1.45% สู่ 820,308 พันบาท และหนี้สินรวมลดลง 9.54% สู่ 155,339 พันบาท จากการชำระคืนเงินกู้ ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 0.56% จากการจ่ายเงินปันผล ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัท ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 7,866 พันบาท คิดเป็น 7.20% ของรายได้จากการเลี้ยงไก่เนื้อตามพันธะสัญญา ซึ่งเป็นการพลิกฟื้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 2.76% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการเลี้ยงไก่เนื้อและการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม ในส่วนของไตรมาส 2/2569 รายได้จากการเลี้ยงไก่เนื้อตามพันธะสัญญาอยู่ที่ 109,254 พันบาท เพิ่มขึ้น 14.14% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีน้ำหนักไก่เฉลี่ยต่อตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นในการเลี้ยงไก่เนื้อเพิ่มขึ้น 4.39% เป็น 84,519 พันบาท เนื่องจากค่าวัคซีนและเวชภัณฑ์ที่สูงขึ้นเพื่อป้องกันโรคระบาด แต่บริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดี โดยลดลง 2,301 พันบาท และต้นทุนทางการเงินลดลง 30.68% โอกาส การบริหารจัดการประสิทธิภาพการเลี้ยง: การที่น้ำหนักไก่เฉลี่ยต่อตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แสดงถึงศักยภาพในการปรับปรุงกระบวนการเลี้ยงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย: ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงิน เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไร การลดระยะพักเล้า: การลดระยะพักเล้าทำให้สามารถนำไก่เข้าเลี้ยงได้เพิ่มขึ้น เป็นโอกาสในการเพิ่มปริมาณการผลิตและรายได้ ความเสี่ยง ต้นทุนวัคซีนและเวชภัณฑ์: การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัคซีนและเวชภัณฑ์เพื่อป้องกันโรคระบาด อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตในอนาคต ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ: แม้ในเอกสารจะไม่ได้ระบุถึงราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์โดยตรง แต่เป็นปัจจัยเสี่ยงทั่วไปในอุตสาหกรรมเกษตร การระบาดของโรคในสัตว์ปีก: การระบาดของโรคในภาคกลางเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังและเตรียมการป้องกันอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มต้นทุนวัคซีนและเวชภัณฑ์ในไตรมาสถัดไป ประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงไก่เนื้อ ความสามารถในการรักษาอัตราการเติบโตของรายได้จากการเลี้ยงไก่เนื้อ ผลกระทบจากการระบาดของโรคในภาคกลางต่อการดำเนินงาน รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) ราคาวัตถุดิบ/สินค้า: เอกสารระบุถึงต้นทุนวัคซีนและเวชภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุนวัตถุดิบที่สำคัญในการเลี้ยงไก่เนื้อ ส่วนรายได้จากการขายผลิตผลพลอยได้ (มูลไก่) ลดลงเนื่องจากราคาขายเฉลี่ยลดลง Volume: น้ำหนักไก่เฉลี่ยต่อตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และการลดระยะพักเล้าทำให้สามารถนำไก่เข้าเลี้ยงได้เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อปริมาณการผลิต GPM: เอกสารไม่ได้ระบุ Gross Profit Margin (GPM) โดยตรง แต่การที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการอัตรากำไรที่ดีขึ้น ช่องทางขาย: ไม่ได้ระบุรายละเอียดช่องทางการขายที่ชัดเจน สต็อก: ไม่ได้มีการกล่าวถึงปริมาณสต็อกสินค้าคงคลัง อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก: ไม่ได้มีการกล่าวถึงการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนหรือการส่งออก ฤดูกาลผลิต: การที่ระยะพักเล้าลดลงส่งผลให้สามารถนำไก่เข้าเลี้ยงได้เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการรอบการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 820,308 พันบาท ลดลง 1.45% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการหักค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ หนี้สินรวมลดลง 9.54% สู่ 155,339 พันบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวตามกำหนด ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 0.56% สู่ 664,969 พันบาท เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน, การลงทุน, และการจัดหาเงิน ไม่ได้มีการระบุรายละเอียดในเอกสารที่ให้มา สรุปท้าย CFARM โชว์ผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2569 เติบโตโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งขึ้นถึง 397.84% จากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เข้มงวด ควบคู่กับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการเลี้ยงไก่เนื้อตามพันธะสัญญา โดยเฉพาะการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีแรงกดดันจากต้นทุนวัคซีนและเวชภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น แต่แนวโน้มการดำเนินงานยังคงมีโอกาสต่อเนื่องจากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและศักยภาพในการเพิ่มปริมาณการผลิต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาปัจจัยเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบและการระบาดของโรคในสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด