Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa NER บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน)

NER รับมืออุปทานยางตึงตัว โบรกฯ แนะถือรับปันผล

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท นอร์ทอีสรับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีกำไรปกติ 447 ล้านบาท แม้จะหดตัว 8.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ถือว่าเติบโตโดดเด่นถึง 47.2% จากไตรมาสก่อนหน้า ด้านผู้บริหารตัดสินใจปรับลดเป้าปริมาณขายปี 2569-2570 ลงเหลือ 4.5 และ 4.0 แสนตันตามลำดับ พร้อมชะลอแผนสร้างโรงงานแห่งที่ 3 เพื่อบริหารความเสี่ยงจากภาวะอุปทานยางที่ตึงตัวจากปรากฏการณ์ Super El Niño วิเคราะห์เจาะลึกผลประกอบการ โบรกเกอร์ INVX ระบุว่า แม้ปริมาณขายยางจะลดลง แต่บริษัทสามารถประคองรายได้รวมไว้ที่ระดับ 3 หมื่นล้านบาทได้สำเร็จ เนื่องจากได้รับอานิสงส์จาก ราคาขายยางเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าถึงเดือนพฤศจิกายน 2569 ในราคาเฉลี่ยสูงถึง 70 บาทต่อกิโลกรัม สำหรับสถานะทางการเงินนั้น สภาพคล่องระยะสั้นที่ค่อนข้างตึงตัวจากการสต็อกยางต้นทุนสูง คาดว่าจะคลี่คลายในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ผ่านแผนการออกหุ้นกู้และขอสินเชื่อวงเงิน 1-3 พันล้านบาท เพื่อใช้รีไฟแนนซ์และเป็นเงินทุนหมุนเวียน ข้อสังเกตและมุมมองการลงทุน นักวิเคราะห์ได้ปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2569 ลงราว 13% เพื่อสะท้อนความระมัดระวังต่อปริมาณขายที่อาจต่ำกว่าคาด โดยประเมินกำไรปี 2569 ไว้ที่ 1,544 ล้านบาท (หดตัว 18% YoY) ก่อนจะพลิกกลับมาเติบโต 4% ในปี 2570 ทั้งนี้ INVX แนะนำ "NEUTRAL" โดยให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2570 ที่ 4.70 บาท (อิง PER 5.5 เท่า) แม้ราคาหุ้นจะมี Upside จำกัดเพียง 3% แต่จุดเด่นสำคัญคือ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่สูงถึง 7.3% ต่อปี ซึ่งช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลง (Downside Risk) ได้เป็นอย่างดี โดยบริษัทประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.05 บาทต่อหุ้น (ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 20 ส.ค.) สรุปภาพรวม ภาพรวมธุรกิจของ NER ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากอุปทานยางที่ตึงตัวและสภาพอากาศที่ผันผวน อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การเน้นขายในราคาที่สูงขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสถานะการเป็นหุ้นปันผลสูง ทำให้ยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่เน้นรับเงินปันผลในระหว่างที่รอสถานการณ์ผลผลิตยางในตลาดคลี่คลาย ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคายางและมาตรการภาษีระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด