Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa OR บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

OR เผยผลงานไตรมาส 2/69 ขาดทุนหนักจากธุรกิจ Global โบรกฯ มองเป็นจังหวะสะสมรับการฟื้นตัว

สรุปไฮไลท์สำคัญ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/69 ขาดทุนสุทธิ 1.8 พันล้านบาท ซึ่งมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยมีสาเหตุหลักจากผลกระทบของราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงทำให้เกิดผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันก้อนใหญ่ รวมถึงการตั้งรายการด้อยค่าสินทรัพย์ (NRV) ทั้งในไทยและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์ LHS ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 16.10 บาท (Upside +27%) ด้วยวิธีประเมินมูลค่าแบบ SOTP โดยมองว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว เจาะลึกสถานะการดำเนินงาน ในไตรมาส 2/69 ธุรกิจ Mobility เผชิญความท้าทายจากปริมาณขายน้ำมันที่หดตัวลง 16% QoQ และ 13% YoY ส่งผลให้ EBITDA ติดลบ 1.2 พันล้านบาท ขณะที่ธุรกิจ Global มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าคาดโดยมี EBITDA ติดลบ 512 ล้านบาท จากยอดขายที่ลดลงในฟิลิปปินส์ ลาว และกัมพูชา ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาถอนธุรกิจในกัมพูชาที่อาจต้องตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ราว 2.2 พันล้านบาท ในทางกลับกัน ธุรกิจ Lifestyle ยังคงแข็งแกร่ง โดยยอดขายกาแฟอเมซอนทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 117 ล้านแก้ว เติบโต 5% QoQ และ 9% YoY สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่ยังคงมีเสถียรภาพ ข้อสังเกตและปัจจัยที่น่าจับตา นักวิเคราะห์จาก LHS ตั้งข้อสังเกตว่าสถานการณ์ขาดทุนในไตรมาสนี้มีปัจจัยกดดันจาก ผลขาดทุนสต๊อกน้ำมันราว 8.9 พันล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก แต่คาดการณ์ว่าแนวโน้มในไตรมาส 3/69 จะกลับมาฟื้นตัวได้ดี เนื่องจากผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันจะหายไปและเริ่มมีการกลับรายการ NRV ตามราคาตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ อัตราเงินปันผลที่คาดว่าจะอยู่ในระดับราว 5% และมูลค่าหุ้นที่ซื้อขายในระดับ P/B เพียง 1.3 เท่า ถือเป็นระดับที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนในระยะยาว บทสรุปการลงทุน แม้ผลประกอบการไตรมาส 2/69 จะดูอ่อนแอ แต่โบรกเกอร์ LHS เชื่อมั่นว่า OR จะสามารถพลิกฟื้นได้ในไตรมาสหน้า จากฐานกำไรที่ต่ำในไตรมาสนี้และการฟื้นตัวของปริมาณขายน้ำมันในสถานีบริการ ประกอบกับความแข็งแกร่งของธุรกิจ Non-oil ที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง นักลงทุนที่สนใจสามารถพิจารณาเข้าสะสมหุ้นเพื่อรับโอกาสการเติบโตและเงินปันผลที่น่าดึงดูด โดยมองว่าความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันที่รุนแรงเป็นปัจจัยที่ตลาดรับรู้ไปมากแล้ว