2026-08-07T19:11:48+00:00 iaa ADVANC บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ADVANC กำไรไตรมาส 2 แกร่ง พร้อมจ่ายปันผลจูงใจ โบรกฯ ปรับคำแนะนำเป็นซื้อ ผลการดำเนินงานที่โดดเด่น บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 1.37 หมื่นล้านบาท เติบโตแข็งแกร่ง +25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะลดลง 3% จากยอดขายอุปกรณ์มือถือที่ชะลอตัวตามกระแสไอโฟน 17 ที่แผ่วลง แต่บริษัทสามารถทำกำไรได้ดีขึ้นจากการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงถึง 11% ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 44.6% จากการสิ้นสุดภาระสัญญาบริการบนคลื่น 2100 กับ NT ที่เคยสร้างผลขาดทุนในอดีต มุมมองและราคาเป้าหมายจากโบรกเกอร์ สายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส (ASPS) มีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของ ADVANC ในปี 2569-2570 โดยคาดการณ์กำไรปกติจะเติบโตเฉลี่ย 11% ต่อปี จึงได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติขึ้นราว 3% เป็น 5.4 หมื่นล้านบาทในปี 2569 และ 5.9 หมื่นล้านบาทในปี 2570 พร้อมปรับราคาเหมาะสมปี 2570 ไว้ที่ 428 บาท (วิธี DCF, WACC 6%) และปรับคำแนะนำจากเดิม “Trading” เป็น “Buy” เนื่องจากมองว่าเป็นหุ้นที่มีกระแสเงินสดและปันผลสม่ำเสมอ โดยงวด 1H69 ประกาศจ่ายปันผล 8.69 บาท/หุ้น (XD 19 ส.ค. 69) และคาดการณ์ Dividend Yield ทั้งปีอยู่ที่ 4.6% - 4.8% ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้ภาพรวมกำไรจะเติบโตได้ดี แต่มีประเด็นที่ควรระมัดระวังคือ แนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 3/2569 ที่คาดว่าจะฟื้นตัวเพียงเล็กน้อย เนื่องจากผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย ส่วนการเปิดตัวไอโฟน 18 ในช่วงปลายเดือน ก.ย. อาจยังไม่ส่งผลบวกอย่างมีนัยสำคัญในทันที นอกจากนี้ยังมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นตามนโยบายการลงทุนในโครงข่าย 5G และการปรับโครงสร้างพนักงาน รวมถึงความเสี่ยงด้าน Cybersecurity และการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์จากภาครัฐที่อาจกระทบต่อการดำเนินงานในอนาคต สรุปภาพรวมการลงทุน ADVANC ถือเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมี ESG Profile ที่โดดเด่น โดยเฉพาะด้านสังคมและธรรมาภิบาล การปรับตัวของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนและการสิ้นสุดภาระสัญญาเดิมช่วยหนุนให้กำไรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนสามารถคาดหวังผลตอบแทนจากเงินปันผลที่จูงใจได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามควรติดตามการบริหารต้นทุนพลังงานของโครงข่ายและการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาความสามารถในการทำกำไรและมูลค่าหุ้นในระยะยาว