Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa GULF บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

KGI ปรับเป้า GULF ขึ้นเป็น 78 บาท มองกำไรครึ่งปีหลังสดใสรับพลังงานหมุนเวียน

ไฮไลท์สำคัญ บล. KGI ออกบทวิเคราะห์หุ้น GULF โดยคงคำแนะนำ "Outperform" พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 78.00 บาท (จากเดิม 70.00 บาท) โดยใช้วิธีประเมินมูลค่าแบบ SoTP แม้ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 จะออกมาต่ำกว่าคาดการณ์เล็กน้อย แต่ภาพรวมการเติบโตในระยะยาวยังคงแข็งแกร่งและน่าสนใจสำหรับนักลงทุน วิเคราะห์ผลประกอบการและทิศทางธุรกิจ ในไตรมาส 2/2569 GULF มีกำไรหลักอยู่ที่ 1.04 หมื่นล้านบาท (+47% YoY, +12% QoQ) ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ 9% สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่สูงขึ้นจากต้นทุนการปรับโครงสร้างโครงการในโอมาน และผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานลม Borkum ที่อ่อนตัวลง อย่างไรก็ตาม บริษัทได้รับปัจจัยบวกจากเงินปันผลรับจาก KBANK จำนวน 2.8 พันล้านบาท และสภาพอากาศที่ร้อนจัดส่งผลดีต่อโรงไฟฟ้า IPP ทั้งนี้ KGI คาดการณ์ว่า กำไรในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 จะเติบโตแข็งแกร่งกว่าครึ่งปีแรก โดยได้รับแรงหนุนจากกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนใหม่ที่เพิ่มเข้ามา และการเข้าสู่ช่วงพีคของ ADVANC ในไตรมาส 4/2569 ข้อสังเกตและมุมมองการลงทุน นักวิเคราะห์มองว่าความอ่อนตัวของราคาหุ้นหลังประกาศงบไตรมาส 2/2569 ถือเป็น "โอกาสในการเข้าซื้อ" สำหรับนักลงทุนระยะยาว เนื่องจาก GULF มีความพร้อมสูงในการคว้าโอกาสจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP2026) ของไทย ด้วยความเชี่ยวชาญในการดำเนินโครงการและประวัติการประมูลที่โดดเด่น นอกจากนี้ยังมีอัพไซด์จากโครงการ Data Center ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งทุกๆ 100MW ของ Data Center คาดว่าจะช่วยเพิ่มกำไรต่อปีได้ประมาณ 1.5 พันล้านบาท และเพิ่มมูลค่าเป้าหมายได้อีก 1.5 บาทต่อหุ้น ส่วนสรุป แม้จะมีปัจจัยกดดันระยะสั้นจากต้นทุนการดำเนินงาน แต่ GULF ยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นเด่นของกลุ่มพลังงาน โดยมีปัจจัยบวกจากการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องและการเป็นตัวแทนที่ดีที่สุดในกลุ่มโรงไฟฟ้าไทย KGI มั่นใจในศักยภาพการเติบโตของบริษัทและแนะนำให้ใช้จังหวะที่ราคาหุ้นปรับตัวลงเป็นโอกาสสะสมเพื่อรับการเติบโตในอนาคต