Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin MINT บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

MINT Q2/2569: รายได้-กำไรโตต่อเนื่อง รับแรงหนุนธุรกิจโรงแรม-ร้านอาหาร

รายได้รวมโต 2% รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้นตัว ขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานเพิ่ม 3% บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 44,276 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากธุรกิจโรงแรมที่ได้อานิสงส์จากอุปสงค์การท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในยุโรป ประกอบกับการบริหารกลยุทธ์ด้านราคาที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารยังคงเติบโตได้จากการพัฒนผลิตภัณฑ์ใหม่และการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดหลัก ด้านกำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 3,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะมีต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ด้อยสิทธิ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MINT ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมและธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้รวมจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 2% มาอยู่ที่ 44,276 ล้านบาท 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ธุรกิจโรงแรม: ได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์การท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในภูมิภาคยุโรป ประกอบกับการบริหารกลยุทธ์ด้านราคาที่มีประสิทธิภาพ ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPAR) ของกลุ่มโรงแรมทั้งหมด (System-wide) เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกาที่ RevPAR ในสกุลเงินยูโรเติบโต 4% จากแรงหนุนของอุปสงค์การเดินทางเพื่อการพักผ่อนและกิจกรรมต่างๆ ธุรกิจร้านอาหาร: ยังคงได้รับแรงหนุนจากการพัฒนผลิตภัณฑ์ใหม่และการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดหลัก เช่น ประเทศไทย จีน สิงคโปร์ และออสเตรเลีย โดยยอดขายรวมทุกสาขา (รวมยอดขายจากร้านแฟรนไชส์) เพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในประเทศจีน และผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในประเทศไทย ช่วยชดเชยตลาดอื่นที่อ่อนแอ 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าแนวโน้มการจองห้องพักล่วงหน้าในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังคงเป็นไปในทิศทางที่ดี ได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์การท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนที่แข็งแกร่งและการฟื้นตัวของกลุ่มลูกค้าธุรกิจและการประชุมสัมมนา ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารจะยังคงเดินหน้าผลักดันการเติบโตผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า และการขยายธุรกิจผ่านรูปแบบแฟรนไชส์และโมเดลธุรกิจแบบ Asset-light ในตลาดที่มีศักยภาพ Highlight สำคัญ รายได้จากการดำเนินงาน Q2/2569: 44,276 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน Q2/2569: 3,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY Core EBITDA Q2/2569: 12,821 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY ธุรกิจโรงแรม: ได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ท่องเที่ยวในยุโรปและอเมริกา การบริหารราคาที่มีประสิทธิภาพ ธุรกิจร้านอาหาร: เติบโตจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายสาขาในตลาดหลัก การขยายธุรกิจ: เปิดโรงแรม 7 แห่ง และร้านอาหาร 46 สาขาในไตรมาสนี้ ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2569 MINT รายงานรายได้จากการดำเนินงาน 44,276 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY โดยธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมีรายได้ 35,727 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของและเช่าบริหาร ชดเชยรายได้จากธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและรายได้จากการรับจ้างบริหารโรงแรมที่ลดลงเล็กน้อย ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารและผลิตมีรายได้จากการดำเนินงาน 8,549 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY จากการเติบโตของรายได้ในทุกตลาดหลัก ด้านกำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 3,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY โดยธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมี EBITDA 10,969 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY และธุรกิจร้านอาหารและผลิตมี EBITDA 1,852 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY สำหรับ 6 เดือนแรกของปี 2569 รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 82,765 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY และกำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 3,658 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY (เมื่อไม่รวมผลกระทบจากส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมที่ลดลง) โอกาส การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว: อุปสงค์การท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนที่ยังคงแข็งแกร่งในยุโรปและอเมริกา รวมถึงการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวในเอเชีย จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของธุรกิจโรงแรม การขยายสาขาและพัฒนาผลิตภัณฑ์: การเปิดสาขาร้านอาหารใหม่และการเปิดตัวเมนูใหม่ในตลาดหลัก เช่น ไทย จีน และสิงคโปร์ จะช่วยเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งการตลาด กลยุทธ์ Asset-light: การเติบโตผ่านสัญญาบริหารและแฟรนไชส์ช่วยลดการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร และเพิ่มความยืดหยุ่นในการขยายธุรกิจ การบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย: การควบคุมต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานจะช่วยรักษาอัตรากำไรท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ความเสี่ยง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์: สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในบางภูมิภาค อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการบริโภค ต้นทุนที่สูงขึ้น: ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าเช่าที่ปรับตัวสูงขึ้นในบางตลาด อาจกดดันอัตรากำไร การแข่งขันในธุรกิจร้านอาหาร: การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมร้านอาหาร อาจส่งผลต่อยอดขายต่อสาขาเดิม (Same-store sales) ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการเมื่อแปลงเป็นสกุลเงินบาท สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มการจองห้องพักล่วงหน้า: ติดตามการเติบโตของการจองในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยเฉพาะในยุโรปและเอเชีย ยอดขายต่อสาขาเดิม (Same-store sales) ของธุรกิจร้านอาหาร: ประเมินการฟื้นตัวของยอดขายในตลาดที่อ่อนแอ และการเติบโตในตลาดหลัก การบริหารต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน: จับตาผลกระทบจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและการบริหารจัดการเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น การขยายธุรกิจในตลาดใหม่: ติดตามความคืบหน้าของการเปิดสาขาใหม่และแบรนด์ใหม่ในตลาดที่มีศักยภาพ การบริหารจัดการหนี้สิน: ติดตามกลยุทธ์การลดภาระหนี้สินและการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) ธุรกิจโรงแรมและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: รายได้: 35,727 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY โดยรายได้หลักจากโรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของและเช่าบริหารเพิ่มขึ้น 2% จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในยุโรปและอเมริกา ประกอบกับการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับยูโรและดอลลาร์ออสเตรเลีย EBITDA: 10,969 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY อัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ 30.7% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 30.6% ในปีก่อน อัตราการเข้าพักเฉลี่ย: โดยรวมอยู่ที่ 68% ใน Q2/2569 เพิ่มขึ้นจาก 60% ใน Q2/2568 ราคาห้องเฉลี่ย: โดยรวมอยู่ที่ 6,276 บาท/คืน เพิ่มขึ้นจาก 6,124 บาท/คืน ใน Q2/2568 การขยายธุรกิจ: เปิดโรงแรม 7 แห่งภายใต้สัญญารับจ้างบริหารและแฟรนไชส์ ธุรกิจร้านอาหารและการผลิต: รายได้: 8,549 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY จากการเติบโตของรายได้ในทุกตลาดหลัก โดยเฉพาะไทยและจีน EBITDA: 1,852 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY อัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ 21.7% ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน ยอดขายต่อสาขาเดิม (Same-store sales): ลดลงเล็กน้อย 0.3% YoY โดยการฟื้นตัวในจีนและการปรับตัวดีขึ้นในไทยช่วยชดเชยตลาดอื่น จำนวนสาขา: เพิ่มขึ้น 46 สาขาใน Q2/2569 เป็น 2,779 สาขา โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนเอง 1,440 สาขา และแฟรนไชส์ 1,339 สาขา ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวม: 371,281 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13,951 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 จากเงินสด ลูกหนี้การค้า ที่ดิน อาคาร และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน หนี้สินรวม: 280,509 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20,165 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 หลักๆ จากหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเพื่อรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ด้อยสิทธิ ส่วนของผู้ถือหุ้น: ลดลง 6,214 ล้านบาท เป็น 90,771 ล้านบาท จากการไถ่ถอนหุ้นกู้ด้อยสิทธิ กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน: 12,841 ล้านบาท ลดลง 1,894 ล้านบาท จากปีก่อน อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อ EBITDA: เพิ่มขึ้นเป็น 4.72 เท่า จาก 4.60 เท่า ณ สิ้นปี 2568 สรุปท้าย MINT โชว์ผลประกอบการ Q2/2569 ที่แข็งแกร่ง โดยมีหัวใจกำไรมาจากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจโรงแรมที่ได้อานิสงส์จากการท่องเที่ยวในยุโรปและอเมริกา และธุรกิจร้านอาหารที่ยังคงขยายตัวได้ดีในตลาดหลัก แม้จะเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นและปัจจัยภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากการรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ แต่แนวโน้มธุรกิจที่ยังคงสดใสและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง โดยต้องจับตาการบริหารต้นทุนและการตอบรับของตลาดต่อกลยุทธ์การขยายธุรกิจใหม่ๆ อย่างใกล้ชิด