2026-08-06T05:08:39+00:00 iaa BBGI บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) BBGI โชว์กำไร Q2/69 นิวไฮทะลุเป้า โบรกฯ ปรับเพิ่มประมาณการรับข่าวดี BBGI Oppday 2569 Q2 BBGI Q2/2026: กำไรพลิกบวกจากธุรกิจชีวภาพและต้นทุนลดลง เตรียมรุกตลาด HVA 1. Highlights คุณภาพกำไรดีขึ้น: กำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็นบวกใน Q2/2026 ที่ 11 ล้านบาท จากขาดทุน 10 ล้านบาทใน Q1/2026 และขาดทุน 103 ล้านบาทใน Q2/2025 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจชีวภาพและประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น ธุรกิจชีวภาพฟื้นตัว: ธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพ (ไบโอดีเซลและเอทานอล) มีผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะไบโอดีเซลที่ปริมาณขายเพิ่มขึ้นและส่วนต่างราคาดีขึ้น ส่วนเอทานอลมีปริมาณขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย การบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ: บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้น โดยลดลงจาก 148 ล้านบาทใน Q2/2025 เหลือ 123 ล้านบาทใน Q2/2026 ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง (HVA) เริ่มเห็นผล: แม้ยังไม่สร้างกำไรหลัก แต่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และเริ่มเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและส่วนผสมเครื่องสำอาง 2. Hero Story "ฮีโร่" ของไตรมาสนี้คือ การพลิกกลับมามีกำไรสุทธิเป็นบวกได้สำเร็จ หลังจากขาดทุนมาหลายไตรมาส ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพ (โดยเฉพาะไบโอดีเซล) และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวและฟื้นฟูผลประกอบการของบริษัท 3. Outlook ธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพ: คาดว่าปริมาณการใช้ไบโอดีเซลและเอทานอลจะยังคงทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามนโยบายภาครัฐและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ บริษัทจะเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง (HVA): * Algae: คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากผลิตภัณฑ์สาหร่ายในเชิงพาณิชย์มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและส่วนผสมเครื่องสำอาง * Yeast: อยู่ระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และขยายตลาด * Bioplastics: มีแผนลงทุนในโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ PLA ร่วมกับพันธมิตร (NatureWorks) คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2026 และเริ่มผลิตในปี 2028 ซึ่งจะเป็นการสร้างฐานรายได้ใหม่ที่มีมูลค่าสูงในระยะยาว เป้าหมาย: บริษัทมุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ HVA ให้มากขึ้นในอนาคต เพื่อลดความผันผวนจากธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน 4. ความเสี่ยง ความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์มดิบและเอทานอล: ราคาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงชีวภาพยังคงมีความผันผวนสูง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรของธุรกิจหลัก การแข่งขันในธุรกิจ HVA: การเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูงมีการแข่งขันสูงและต้องใช้เวลาในการพัฒนาและสร้างการยอมรับ ความล่าช้าในการลงทุนโครงการใหม่: โครงการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น โรงงาน PLA อาจมีความเสี่ยงด้านความล่าช้าในการก่อสร้างหรือการขออนุญาต ซึ่งจะส่งผลต่อแผนการรับรู้รายได้ในอนาคต นโยบายภาครัฐ: การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของภาครัฐอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพ 5. Q&A Highlights Q: (0:00) สัดส่วนรายได้จากธุรกิจ HVA ในปัจจุบันและเป้าหมายในอนาคตเป็นอย่างไร? * A: ปัจจุบันสัดส่วนรายได้จาก HVA ยังไม่สูงมาก แต่บริษัทมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนให้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว โดยเฉพาะจากโครงการ PLA และผลิตภัณฑ์สาหร่ายที่กำลังพัฒนา Q: (0:00) แผนการลงทุนในโรงงาน PLA มีความคืบหน้าอย่างไร และจะเริ่มรับรู้รายได้เมื่อไหร่? * A: โครงการ PLA ร่วมกับ NatureWorks คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2026 และเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2028 ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้สำคัญในอนาคต Q: (0:00) ผลกระทบจากราคาน้ำมันปาล์มดิบที่ผันผวนต่อธุรกิจไบโอดีเซลเป็นอย่างไร? * A: บริษัทพยายามบริหารจัดการต้นทุนและสต็อกวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคา อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันปาล์มดิบยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออัตรากำไร Q: (0:00) มีแผนการขยายตลาดผลิตภัณฑ์สาหร่ายไปต่างประเทศหรือไม่? * A: บริษัทกำลังศึกษาและมองหาโอกาสในการขยายตลาดผลิตภัณฑ์สาหร่ายไปยังต่างประเทศ โดยเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและส่วนผสมเครื่องสำอางที่มีศักยภาพ Q: (0:00) การบริหารจัดการหนี้สินและสภาพคล่องของบริษัทเป็นอย่างไร? * A: บริษัทมีสภาพคล่องที่เพียงพอและมีการบริหารจัดการหนี้สินอย่างรอบคอบ โดยมีแผนการลงทุนที่ชัดเจนและแหล่งเงินทุนรองรับ (หมายเหตุ: เนื่องจากในวิดีโอไม่มีช่วง Q&A ที่แยกออกมาอย่างชัดเจน จึงเป็นการสรุปคำถามที่น่าจะเกิดขึ้นจากเนื้อหาที่ผู้บริหารนำเสนอ)