2026-08-06T17:51:14+00:00 fin CPI บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) CPI กำไรสุทธิ Q2/2569 ดิ่ง 74% สวนทางราคาขาย เหตุต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูง ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกดดัน GPM หดตัวแรง แม้ราคาขายเฉลี่ยปรับขึ้นเล็กน้อย บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ CPI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 65 ล้านบาท ลดลงถึง 74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 253 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมาก แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์หลักจะปรับเพิ่มขึ้นก็ตาม Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ CPI ในไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่าการปรับขึ้นของราคาขายเฉลี่ยอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างรุนแรง จาก 25% ในปีก่อน เหลือเพียง 16% ในไตรมาสนี้ แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลงเพียง 11% แต่การหดตัวของ GPM ส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ลดลงถึง 74% 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนขายในไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการ ราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นถึง 35% ในขณะที่ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของผลิตภัณฑ์หลักเพิ่มขึ้นเพียง 9% การที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่มากกว่าราคาขายเฉลี่ย ทำให้บริษัทไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 12% จากค่าขนส่งและค่าส่งเสริมการขายที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 26% จากค่าใช้จ่ายพนักงานและทรัพย์สินที่สูงขึ้น ยิ่งซ้ำเติมผลประกอบการให้ลดลงไปอีก 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ลักษณะครั้งคราว จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนว่าราคาวัตถุดิบจะยังคงสูงต่อเนื่องหรือไม่ แต่การที่ราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ และส่งผลกระทบต่อ GPM อย่างรุนแรง ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยนี้มีลักษณะเป็น แรงกดดันชั่วคราว ที่เกิดจากสภาวะตลาดวัตถุดิบ หากราคาวัตถุดิบปรับลดลงในอนาคต หรือบริษัทสามารถปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนได้มากขึ้น ก็มีโอกาสที่ GPM จะฟื้นตัวกลับมาได้ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาต่อเนื่อง Highlight สำคัญ กำไรสุทธิลดลง 74% YoY: จาก 253 ล้านบาท ใน Q2/2568 เหลือ 65 ล้านบาท ใน Q2/2569 รายได้จากการขายลดลง 11% YoY: อยู่ที่ 1,522 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณขายลดลง 19% แม้ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 9% อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวรุนแรง: จาก 25% ในปีก่อน เหลือ 16% ในไตรมาสนี้ ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง 35%: เป็นปัจจัยหลักกดดัน GPM เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นน้อยกว่า ค่าใช้จ่ายบริหารและขายเพิ่มขึ้น: ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่ม 12% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่ม 26% ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 1,522 ล้านบาท ลดลง 180 ล้านบาท หรือ 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปริมาณขายผลิตภัณฑ์หลักลดลง 19% แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับเพิ่มขึ้น 9% ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 7.57 ล้านบาท หรือ 1% เป็น 1,285 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น 35% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 25% เป็น 16% ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 3 ล้านบาท หรือ 12% เป็น 33 ล้านบาท จากค่าขนส่งและค่าส่งเสริมการขายที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 19 ล้านบาท หรือ 26% เป็น 97 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายพนักงานและทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 65 ล้านบาท ลดลง 188 ล้านบาท หรือ 74% เมื่อเทียบกับปีก่อน โอกาส เอกสารไม่ได้ระบุโอกาสในการเติบโต หรือปัจจัยบวกที่ชัดเจนสำหรับไตรมาสนี้ ความเสี่ยง ความเสี่ยงหลักที่ระบุในเอกสารคือ ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร อาจเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการในระยะต่อไป หากไม่สามารถควบคุมได้ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มราคาวัตถุดิบน้ำมันปาล์มในตลาดโลกและในประเทศ ความสามารถของบริษัทในการปรับราคาขายผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบ การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหาร ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์หลักในไตรมาสถัดไป รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) ราคาวัตถุดิบและราคาขาย: ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของ CPI คือความสัมพันธ์ระหว่างราคาวัตถุดิบ (เช่น ปาล์มน้ำมัน) และราคาขายผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ในไตรมาส 2 ปี 2569 ราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น 35% เป็นแรงกดดันหลัก ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ราคาขายเฉลี่ยจะปรับเพิ่มขึ้น 9% ก็ตาม สะท้อนว่าบริษัทไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปสู่ผู้บริโภคได้ทั้งหมด ปริมาณขาย: ปริมาณขายผลิตภัณฑ์หลักที่ลดลง 19% เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการขายโดยรวม การที่ปริมาณขายลดลงอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การแข่งขันในตลาด หรือความต้องการสินค้าที่ลดลง ซึ่งเป็นจุดที่ต้องติดตาม ต้นทุนการดำเนินงาน: การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย (12%) และค่าใช้จ่ายในการบริหาร (26%) เป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากเป็นการเพิ่มขึ้นของต้นทุนคงที่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิมากขึ้นเมื่อรายได้หรือปริมาณขายไม่เป็นไปตามเป้า ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด สรุปท้าย ผลประกอบการของ CPI ในไตรมาส 2 ปี 2569 ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการพุ่งขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้หดตัวลงอย่างรุนแรง แม้จะมีการปรับขึ้นราคาขายเฉลี่ยบ้าง แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายในไตรมาสถัดไป