Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin SAFE บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

SAFE กำไรสุทธิ Q2/2569 ลดลง 13.5% รับต้นทุนพุ่ง แม้รายได้ทรงตัว

รายได้ทรงตัวแต่ต้นทุนพุ่งกดดันกำไรสุทธิ SAFE Q2/2569 ขณะที่ธุรกิจตรวจพันธุกรรมยังเติบโตได้ดี บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SAFE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการ 173.00 ล้านบาท ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนและไตรมาสก่อน แต่กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลง 13.54% YoY มาอยู่ที่ 29.40 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 16.69% สาเหตุหลักมาจากต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจตรวจพันธุกรรมยังคงเติบโตได้ดี Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SAFE ในไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อน คือ ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิหดตัวลง แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะทรงตัวในระดับใกล้เคียงเดิมก็ตาม 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนขายและให้บริการเพิ่มขึ้น 5.62% YoY และ 4.10% QoQ สาเหตุหลักมาจาก ค่ายา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์การแพทย์ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและต้นทุนในการจัดจำหน่ายก็ปรับเพิ่มขึ้น 2.24% YoY และ 10.68% QoQ โดยมีสาเหตุหลักมาจาก ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มขึ้นของต้นทุนเหล่านี้เมื่อเทียบกับรายได้ที่ทรงตัว ทำให้ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทลดลง 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม แม้ว่าต้นทุนบางส่วน เช่น ค่ายา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์การแพทย์ จะเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง แต่ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงแนวทางการดำเนินงานครึ่งปีหลังที่จะ มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยการบริหารต้นทุน และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ซึ่งอาจช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านต้นทุนได้ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นและความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเข้ารับบริการของผู้บริโภค ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด Highlight สำคัญ รายได้ทรงตัว: รายได้จากการขายและบริการในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 173.00 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.27% YoY และ 0.62% QoQ กำไรสุทธิลดลง: กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เท่ากับ 29.40 ล้านบาท ลดลง 13.54% YoY และ 14.02% QoQ อัตรากำไรหดตัว: อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 16.69% ลดลงจาก 18.94% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ต้นทุนเพิ่มขึ้น: ต้นทุนขายและให้บริการเพิ่มขึ้น 5.62% YoY และ 4.10% QoQ โดยมีสาเหตุหลักจากค่ายา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์การแพทย์ ธุรกิจตรวจพันธุกรรมเติบโต: รายได้จากการให้บริการตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อนและทารกในครรภ์ (NGG) เพิ่มขึ้น 9.32% YoY และ 17.93% QoQ ฐานะการเงินแข็งแกร่ง: มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมเงินลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ 1,551.95 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) เพียง 0.13 เท่า ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SAFE มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 173.00 ล้านบาท ลดลง 0.27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 0.62% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สะท้อนว่ารายได้ยังคงทรงตัวในระดับใกล้เคียงเดิม ด้านความสามารถในการทำกำไร กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 29.40 ล้านบาท ลดลง 13.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 14.02% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ขณะที่อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 16.69% ลดลงจาก 18.94% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และ 19.15% ในไตรมาสก่อน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความสามารถในการทำกำไรลดลง เนื่องจากต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 347.09 ล้านบาท ลดลง 0.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เท่ากับ 63.36 ล้านบาท ลดลง 4.16% และมีอัตรากำไรสุทธิ 17.93% ลดลงจาก 18.43% ในครึ่งปีแรกของปี 2568 โอกาส การเติบโตของอุตสาหกรรม: อุตสาหกรรมการรักษาภาวะมีบุตรยาก (IVF) และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการตรวจพันธุกรรม คาดว่าจะยังคงมีแนวโน้มเติบโต โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย การแต่งงานและมีบุตรในช่วงอายุที่สูงขึ้น ศักยภาพ Medical Hub: ประเทศไทยยังคงมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการให้บริการทางการแพทย์ของภูมิภาค ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการใช้บริการจากทั้งผู้ป่วยในประเทศและต่างประเทศยังอยู่ในระดับที่ดี เทคโนโลยี PGT: แนวโน้มการนำเทคโนโลยีการตรวจพันธุกรรมตัวอ่อน (PGT) มาใช้ร่วมกับการรักษาด้วยวิธี IVF มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จและลดความเสี่ยงความผิดปกติทางพันธุกรรม การขยายฐานลูกค้า: บริษัทมีแผนมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเสริมสร้างความร่วมมือกับสถานพยาบาลและแพทย์ผู้ส่งต่อ การพัฒนาบริการ: การพัฒนาบริการด้านการตรวจพันธุกรรมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ความเสี่ยง การแข่งขันที่เพิ่มขึ้น: อุตสาหกรรมยังคงเผชิญความท้าทายจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของผู้ให้บริการด้าน IVF ทั้งจากโรงพยาบาลเอกชนและศูนย์รักษาภาวะมีบุตรยาก ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ: ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเข้ารับบริการของผู้บริโภค เนื่องจากการรักษาภาวะมีบุตรยากเป็นบริการที่มีมูลค่าสูง ต้นทุนการดำเนินงาน: ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัทหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ การบริหารต้นทุน: ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น การเติบโตของ NGG: การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของรายได้จากการให้บริการตรวจพันธุกรรม (NGG) การฟื้นตัวของรายได้ IVF: การฟื้นตัวของจำนวนรอบการเก็บไข่ (OPU Cycles) โดยเฉพาะจากลูกค้าชาวไทย การขยายตลาดต่างประเทศ: ความคืบหน้าในการขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้: ประสิทธิผลของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการเพื่อยกระดับคุณภาพบริการ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) รายได้จากการให้บริการรักษาผู้มีบุตรยาก (SAFE): ในไตรมาส 2 ปี 2569 รายได้ส่วนนี้อยู่ที่ 131.89 ล้านบาท ลดลง 2.13% YoY และ 5.09% QoQ สาเหตุหลักมาจาก จำนวนรอบการเก็บไข่ (OPU Cycles) ที่ลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าชาวไทย แม้ว่าจำนวนรอบการเก็บไข่ของลูกค้าต่างชาติจะเพิ่มขึ้นก็ตาม ในครึ่งปีแรก รายได้ส่วนนี้เพิ่มขึ้น 0.95% YoY จากการฟื้นตัวของผู้เข้ารับบริการ จำนวนรอบการเก็บไข่ (OPU Cycles): ในไตรมาส 2 ปี 2569 มีจำนวน 230 รอบ ลดลง 5.34% YoY และ 7.63% QoQ โดยลูกค้าชาวไทยลดลง แต่ลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้น รายได้จากการให้บริการตรวจพันธุกรรม (NGG): รายได้ส่วนนี้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 38.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.32% YoY และ 17.93% QoQ จากจำนวนตัวอย่างที่ส่งตรวจเพิ่มขึ้น รวมถึงการเข้าร่วมโครงการกับ สปสช. รายได้จากการให้บริการด้านความงามและเวลเนส (SWC): รายได้ส่วนนี้ยังคงปรับตัวลดลง โดยในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 2.94 ล้านบาท ลดลง 22.69% YoY และในครึ่งปีแรก ลดลงถึง 48.16% YoY ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวม: ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 1,872.30 ล้านบาท ลดลง 2.65% จากสิ้นปี 2568 โดยสินทรัพย์ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในรูปของเงินลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ หนี้สินรวม: อยู่ที่ 208.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.79% จากสิ้นปี 2568 โดยหนี้สินหลักคือเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น ส่วนของผู้ถือหุ้น: อยู่ที่ 1,664.05 ล้านบาท ลดลง 3.62% จากสิ้นปี 2568 เนื่องจากกำไรสะสมลดลง กระแสเงินสด: ในไตรมาส 2 ปี 2569 มีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 94.51 ล้านบาท แต่มีเงินสดจ่ายสุทธิในกิจกรรมลงทุน 19.98 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 132.99 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดลดลงเหลือ 344.78 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E): อยู่ในระดับต่ำที่ 0.13 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและปลอดภาระเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน สรุปท้าย SAFE ในไตรมาส 2 ปี 2569 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิและอัตรากำไรปรับตัวลดลง แม้ว่ารายได้จะทรงตัวก็ตาม อย่างไรก็ตาม ธุรกิจตรวจพันธุกรรม (NGG) ยังคงเติบโตได้ดี และบริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าตามแผนเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและขยายฐานลูกค้าเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและแนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้จากบริการรักษาผู้มีบุตรยากเป็นสำคัญ