Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TFM บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน)

TFM เผชิญแรงกดดันต้นทุนปลาป่นพุ่งสูง โบรกฯ แนะถือรอจังหวะฟื้นตัวปีหน้า

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM เผชิญความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาปลาป่นที่พุ่งทะลุ 50 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้โบรกเกอร์จาก PI ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2569 ลง 12% มาอยู่ที่ 632 ล้านบาท พร้อมคงคำแนะนำ “ถือ” โดยปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 6.30 บาท อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีแนวโน้มการเติบโตในระยะยาวจากการขยายการลงทุนโรงงานที่ประเทศเอกวาดอร์ในปี 2571 เป็นต้นไป วิเคราะห์ผลประกอบการและปัจจัยกระทบ ในไตรมาส 2/2569 TFM มีกำไรสุทธิ 161 ล้านบาท (-17%YoY, +9%QoQ) หากไม่รวมรายการพิเศษจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 143 ล้านบาท ซึ่งถูกกดดันอย่างหนักจากราคาปลาป่นที่พุ่งสูงขึ้นถึง 57 บาท/กก. (+56%YoY, +20%QoQ) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 17.7% จากเดิมที่เคยทำได้ 22.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้รวมจะอยู่ที่ 1,455 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับราคาอาหารสัตว์บกและการขยายตัวของอาหารกุ้งในตลาดส่งออก แต่ธุรกิจในอินโดนีเซียยังคงเป็นจุดอ่อนที่ต้องเร่งแก้ไข ข้อสังเกตและแนวโน้มการดำเนินงาน แนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง (2H26) คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของรายได้จากการที่เกษตรกรเริ่มกลับมาเลี้ยงกุ้งมากขึ้นตามราคาตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงยอดขายในอินโดนีเซียที่เริ่มฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญหลังการปรับสูตรอาหาร อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่ยังอยู่ในระดับสูงยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก ที่กดดันอัตรากำไร ทั้งนี้บริษัทได้รับอานิสงส์จากสิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI ที่เริ่มรับรู้ตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบด้านกำไรได้บางส่วน ส่วนสรุปและคำแนะนำการลงทุน โบรกเกอร์ PI ประเมินมูลค่าเหมาะสมของ TFM ไว้ที่ 6.30 บาท (อิง PER 10 เท่า) โดยมองว่าแม้ระยะสั้นผลประกอบการจะยังถูกกดดันจากต้นทุนที่สูง แต่ในระยะยาวบริษัทมีศักยภาพในการเติบโตจากการขยายฐานการผลิตในต่างประเทศ ทั้งนี้ TFM ได้ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.18 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 13 สิงหาคม และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 นักลงทุนควรติดตามการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด