2026-08-05T19:14:10+00:00 iaa TFM บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) TFM เผชิญแรงกดดันต้นทุนปลาป่นพุ่งสูง โบรกฯ แนะถือรอจังหวะฟื้นตัวปีหน้า ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM เผชิญความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาปลาป่นที่พุ่งทะลุ 50 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้โบรกเกอร์จาก PI ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2569 ลง 12% มาอยู่ที่ 632 ล้านบาท พร้อมคงคำแนะนำ “ถือ” โดยปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 6.30 บาท อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีแนวโน้มการเติบโตในระยะยาวจากการขยายการลงทุนโรงงานที่ประเทศเอกวาดอร์ในปี 2571 เป็นต้นไป วิเคราะห์ผลประกอบการและปัจจัยกระทบ ในไตรมาส 2/2569 TFM มีกำไรสุทธิ 161 ล้านบาท (-17%YoY, +9%QoQ) หากไม่รวมรายการพิเศษจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 143 ล้านบาท ซึ่งถูกกดดันอย่างหนักจากราคาปลาป่นที่พุ่งสูงขึ้นถึง 57 บาท/กก. (+56%YoY, +20%QoQ) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 17.7% จากเดิมที่เคยทำได้ 22.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้รวมจะอยู่ที่ 1,455 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับราคาอาหารสัตว์บกและการขยายตัวของอาหารกุ้งในตลาดส่งออก แต่ธุรกิจในอินโดนีเซียยังคงเป็นจุดอ่อนที่ต้องเร่งแก้ไข ข้อสังเกตและแนวโน้มการดำเนินงาน แนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง (2H26) คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของรายได้จากการที่เกษตรกรเริ่มกลับมาเลี้ยงกุ้งมากขึ้นตามราคาตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงยอดขายในอินโดนีเซียที่เริ่มฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญหลังการปรับสูตรอาหาร อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่ยังอยู่ในระดับสูงยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก ที่กดดันอัตรากำไร ทั้งนี้บริษัทได้รับอานิสงส์จากสิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI ที่เริ่มรับรู้ตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบด้านกำไรได้บางส่วน ส่วนสรุปและคำแนะนำการลงทุน โบรกเกอร์ PI ประเมินมูลค่าเหมาะสมของ TFM ไว้ที่ 6.30 บาท (อิง PER 10 เท่า) โดยมองว่าแม้ระยะสั้นผลประกอบการจะยังถูกกดดันจากต้นทุนที่สูง แต่ในระยะยาวบริษัทมีศักยภาพในการเติบโตจากการขยายฐานการผลิตในต่างประเทศ ทั้งนี้ TFM ได้ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.18 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 13 สิงหาคม และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 นักลงทุนควรติดตามการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด